[EV สหาย] Friendly Challenge
posted on 25 Nov 2009 14:08 by theecubic in Sahai-Eventตอนก่อนหน้า
1.
"สวัสดีโรงเรียนลูกบาศก์และเพื่อนๆที่รักยิ่ง นี่คือสหาย...." ใบหน้ากระดาษบนสไลด์ฉายภาพของห้องเรียนพูดขึ้นมา "ต้องขอโทษด้วยเรื่องสติกเกอร์ของตั้งโก๋ ไว้หลังกีฬาสีจะหาเวลาไปซื้อใหม่ให้"
"แกใช่ปะที่เป็นคนเอาหน้ากากนี่มาครอบหัวเรา" ธีพูดพลางพยักเพยิดไปทางเศษกระดาษที่เคยเป็นหน้ากากสหาย
"เออใช่ อันนั้นผมก็ต้องขอโทษด้วยที่ให้คุณมาเป็นแพะรับบาป เล่นแต่งตัวซะเหมือนผมขนาดนั้น" สหายพูดพลางพยักเพยิดมาทางกางเกงขาเดฟสีเดียวกับของตนที่ธีสวมอยู่ "ถ้าตั้งโก๋เขาจับผมได้งานก็หมดสนุกพอดี"
"แล้วนายติดต่อกับพวกเราได้ยังไง ในเมื่อไม่ถึง20นาทีก่อนตั้งโก๋ยังวิ่งไล่นายอยู่เลย" รัมถามพลางจ้องไปยังนัยต์ตาปลอมเรียวโตเหมือนจะหาคำตอบ
"นั่นสิเนอะ ผมทำยังไงหว่า???" สหายพูดในเชิงล้อเลียน "จับผมได้แล้วผมจะบอก"
"สหาย นาย...." คำพูดของหยินถูกขัดเมื่อสหายดีดนิ้ว
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงกระดิ่งบอกเวลาหมดคาบดังขึ้นมาทันทีทั้งที่คาบเรียนหมดไปนานแล้ว ทุกคนจ้องหน้ากันด้วยความสงสัยระคนตกใจ
"ขอโทษที่หยาบคายนะครับ แต่ผมไม่คิดว่าผมมีเวลาพอมาตอบคำถามของเพื่อนๆทุกคนภายในวันนี้" สหายส่ายหัว "ผมติดต่อพวกคุณในวันนี้เพราะผมมีอะไรจะพูดนิดหน่อย"
เมื่อกล่าวเสร็จ สหายก็ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อสูทเพื่อหยิบบางสิ่งออกมา
2.
สหายหยิบกระดาษแผ่นนึงขึ้นมา คลี่ออกก่อนจะกระแอม
"อะแฮ่ม สวัสดีเพื่อนๆชาวลูกบาศก์ กระผมสหายเอง ยิ้ม เอ้อ หมายถึงผมต้องยิ้มอะนะ แต่ผมยิ้มให้ดูไม่ได้เลยต้องอ่านให้ฟังแทน หัวเราะแห้งๆ เอ้ย เหอะๆๆ กระผมคิดว่ามันเป็นเกียรติอย่างสูงที่ท่านผอ.ผู้เป็นที่เคารพรักอนุญาตให้ผม มาทำหน้าที่ที่น่าลำบากใจเช่นนี้ ยิ้มเศร้าๆ
กระผมคิดว่าเราจะมีอะไรสนุกๆให้ทำร่วมกันอีกมากในอนาคตอันใกล้นี้ กระผมจะคอยบรรยายเกมส์กีฬาที่พวกคุณจะเล่นกันแบบโคลสอัพทุกรายละเอียดถ้าเป็นไปได้ ในขณะเดียวกันพวกคุณก็ต้องพยายามจับผมให้ได้
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผู้บรรยายกีฬา ซึ่งก็คือสิ่งที่น่าจะใกล้เคียงสิ่งที่ผมเป็นที่สุด ต้องมาโดนไล่ล่าด้วยเพื่อนๆที่แสนดีด้วย ยิ้มเศร้าๆอีกรอบ
แต่ก็ต้องยอมรับว่าบุคลากรอย่างผมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับโรงเรียนเรา จะมีอะไรที่จะรวมคนหมู่มากให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นได้ดีกว่าเป้าหมายร่วมจริงไหม ยิ้มแบบอบอุ่น ซึ่งในกรณีนี้ ผมคือเป้าหมายร่วมของพวกคุณเอง กระผมยอมเป็นคนนอกซักแป้บนึงช่วงงานกีฬาสีเพื่อให้ทุกคนรักกันยิ่งกว่าเดิมในอนาคตอันใกล้ เพราะการเสียสละเพื่อเพื่อนๆคือหน้าที่ของสหายที่ดี
การจะให้นักเรียนทั้งโรงเรียนมาล่าผมมันอาจจะดูไม่แฟร์อยู่บ้าง แต่เชื่อผมเถอะ แบบนี้มันแฟร์แล้ว เพราะผมไม่ใช่คนใส่หน้ากากธรรมดา จับผมให้ได้ถ้าพวกคุณแน่จริง Catch me if you can. สวัสดี ยิ้มแบบมีเลศนัย"
สหายบนจอภาพดีดนิ้วอีกครั้ง เสียงกริ่งหลังเลิกเรียนดังขึ้นอีกครา
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
3.
ทุกคนเงียบไปชั่วขณะนึง บางคนคงกำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไรในขณะที่บางคนอาจจะรู้สึกตื่นเต้น ความรู้สึกมากมายของทุกๆคนคงยากที่จะอธิบายออกมาได้หมด ทว่าเสียงนึงกลับดังขึ้นมาทำลายความเงียบ
"เออทุกคน พอดีผมว่าจะไปพูดไอ้เมื่อกี้นี่ตอนงานเปิดกีฬาสีอะ จะให้เอามาพูดต่อหน้าคนตั้งเกือบร้อยมันยากไปหน่อย ผมก็เลยมาฝึกกับกลุ่มเล็กๆอย่างพวกคุณก่อน คิดว่าไงบอกผมทางTwitterหรือe-mailนี้ด้วยนะครับ ยิ้มเชิงขอโทษปนอายๆ" สหายพูดขึ้นมา
ดูท่าตอนนี้ทุกคนจะเงียบด้วยความคิดที่ว่า 'เรากำลังเจอกับไอ้บ้าที่ไหนวะ'
"เอาเป็นว่า..." สหายพูดพลางหยิบปากกามาเขียนขยุกขยิกลงกระดาษในมือก่อนจะเอามันมานาบกับกล้องเว็บแคม
"ไปFollow ผมด้วยนะครับ ยิ้ม บ้ายบาย โบกมือ" สหายพูดก่อนจะตัดการติดต่อไป ทิ้งให้เหล่านักเรียนอยู่ในความเงียบ
4.
[ลับเฉพาะ] รายงานเหตุการณ์พบเจอสหาย File 01
วันพุธที่18 พฤศจิกายน ปี2552/2009
เวลา17นาฬิกา 'สหาย' บุคลากรพิเศษประจำเหตุการณ์กีฬาสีได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านายนายอดิศร แซ่ลี้ (โก๋) นายอดิศรได้ทำการไล่ล่าสหายด้วยเหตุผลส่วนบุคคล แต่ทว่าได้คลาดกับสหายระหว่างการติดตาม นายอดิศรดำเนินการตามต่อจนกระทั่งพบกับนายธีระ สุขสมบูรณ์ Parker (ธี) ที่ถูกคลุมด้วยชุดของสหาย นายอดิศรจึงทำร้ายร่างกายนายธีระในชุดสหายด้วยความเข้าใจผิด
ในเวลาต่อมา เพื่อนร่วมเวรของนายอดิศร นายไวทยา วัฒนกุล (ไวท์) และนายอารุจ จิรารุจี (รุจ) ได้ทำการตามหานายอดิศรที่ได้หายตัวไประหว่างทำเวร ชายทั้ง2ค้นพบนายธีระที่ล้มอยู่กับพื้นในชุดสหายและนายอดิศรในเวลาต่อมา
นายธีระอ้างว่าตนพึ่งเสร็จจากการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อออกไปข้างนอกกับครอบครัวหลังทำเวรเสร็จ อย่างไรก็ดีเมื่อตนเดินออกมาจากห้องน้ำก็ได้ถูกชายในชุดสหายพุ่งเข้าชนล้มลงกับพื้นและเอาถุงกระดาษกับผ้าคลุมแบบเดียวกับของสหายครอบหัว สาเหตุที่ลงมาเปลี่ยนชุดในห้องน้ำของชั้นเรียนม.4เนื่องจากห้องน้ำชั้นม .5ปิดซ่อมบำรุง *
ราว10นาทีให้หลัง นายธีะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะถูกสอบปากคำโดยนางสาวประทานพร พ้นภัยพาล (หยิน) ด้วยความช่วยเหลือของนายต้นไม้ รัตนมณีโชติ (ต้นไม้) ว่าด้วยความเกี่ยวข้องกับสหาย โดยนายธีระปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา **
การสอบสวนถูกรบกวนเนื่องด้วยการติดต่อโดยตรงจากสหายผ่านกล้องเว็บแคมคอมพิวเตอร์ด้วยMSN *** โดยหัวข้อการสนทนาว่าด้วยเรื่อง'คำท้า'ของสหาย การสนทนาดำเนินไปเป็นเวลาราว10นาทีก่อนสหายจะตัดการติดต่อ โดยสหายได้ทิ้งurl twitterของตนเอาไว้ ****
*การตรวจสอบในเวลาต่อมาพบว่าคำกล่าวอ้างของนายธีระเป็นจริง ครอบครัวสุขสมบูรณ์ได้นัดกันไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารตะวันตก The Forgotten Recipe ในคืนวันที่18 พฤศจิกายนอย่างที่นายธีระกว่าวอ้างโดยมีหลักฐานคือSMSจากนายมหาศาสตร์ Parker บิดาของนายธีระ
ทางโรงเรียนได้ยืนยันว่ามีคำร้องเรียนเรื่องการชำรุดของห้องน้ำชายม.5อย่างที่นายธีระกล่าวอ้างจริง
สาเหตุที่การแต่งกายของนายธีระ ซึ่งก็คือชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ขาเดฟ ตรงกับของสหายที่ตั้งโก๋พบเห็นยังไม่เป็นที่แน่ชัด อย่างไรก็ดี การสอบปากคำกับเพื่อนของนายธีระพบว่าลักษณะการแต่งตัวดังกล่าวจัดว่าเป็นปกติสำหรับนายธีระ
** บันทึกการสอบสวนนายธีระอยู่ในFile สอบสวนธีระ รหัส สหาย
*** บทสนทนาอย่างละเอียดอยู่ในFile บทสนทนาต้นไม้ รหัส สหาย
**** Twitter ของ สหาย http://twitter.com/SahaiOfCubic
(จบรายงาน)
สรุป
-อ่านย่อหน้าที่4เพื่อทราบใจความของเนื้อเรื่อง[EV สหาย]ตอนที่ผ่านมาทั้งหมด
-สหายติดต่อมาเพื่อทดสอบสุนทรพจน์กับคนที่อยู่ในโรงเรียนในเวลานั้นและได้โชว์ความสามารถ(?)แปลกๆของตนเองให้คนที่อยู่ดูด้วย
-นอกจากนี้สหายยังทิ้งurlของtwitterตัวเองเอาไว้ http://twitter.com/SahaiOfCubic
แถมท้าย
เสียงรถยนต์ที่ดังมาเป็นระยะรบกวนความเงียบยามค่ำคืนของเคหสถานนายธีระ สุขสมบูรณ์ ชายหนุ่มนั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียงหน้าห้องนอนของตนเอง
แมวตัวมหึมาบนตักของชายหนุ่มส่งเสียงฝ่อเบาๆในห้วงนิทราระหว่างที่ธีกำลังเกาหลังหูใบเขื่องของมัน นัยต์ตาสีดำสนิทที่ถูกปิดทับด้วยกรอบแว่นหนาของชายผิวคล้ำมองขึ้นไปบนฟ้าเรืองดาวเหมือนกำลังจะหาคำตอบให้กับอะไรซักอย่าง
ไม่บ่อยนักที่ธีระจะได้เห็นดาวเต็มฟ้าเช่นนี้ ปู่ของธีเป็นชาวต่างชาติเชื้อสายตะวันตก หรือก็คือ'ฝรั่ง'สำหรับชาวไทย ชายชราเคยเล่าถึงคืนแรกใต้แสงดาวแดนสยามของตนเมื่อหลายสิบปีก่อน ชายต่างชาติชราในวัยหนุ่มปลอบประโลมความเหงาของตนเองด้วยการมองไปยังดาวบนฟ้า
'If I could see the same stars in Thailand as I did in England, than I am not so far away from home as I had imagined. Then why must I dwell in needless sorrow?'
'หากปู่กำลังมองดาวดวงเดียวกับที่ปู่เห็นที่อังกฤษในประเทศไทย ปู่คงมาไม่ไกลจากบ้านอย่างที่คิดนักหรอก แล้วแบบนี้ปู่จะนั่งเศร้าแบบไร้ความหมายไปเพื่ออะไรจริงไหม?'
แม้เขาจะไม่แน่ใจว่าวิทยศาสตร์คิดยังไงกับคำกล่าวของปู่ ธีก็ไม่เคยลืมแววตาส่องประกายของชายชราทุกครั้งที่ระลึกถึงประโยคประจำตัว อย่างไรก็ดี ธีระไม่ได้มองไปยังท้องฟ้าเพื่้อหาคำตอบของชีวิตแบบเดียวกับปู่ของตน เขามองแสงดาวพลางระลึกความคิดที่เป็นไปไม่ได้ในหัว
'แสงจากดาวกลุ่มเดียวกันกำลังทอดลงมายังอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายเกินกว่าจะนับ เราอยากจะรับรู้มหาสัมผัสเหนือทุกสิ่งของแสงดาวบ้าง และทั้งหมดนี้ก็เพื่อเตรียมการสำหรับก้าวเดินต่อไปของสหาย ก้าวเดินที่ความรู้เล็กน้อยเท่าเม็ดทรายก็มีความหมายต่อคำว่า แพ้ หรือ ชนะ'
ปล กว่าตอนหน้าจะมาคงต้องรอสรุปรายละเอียดกีฬาสีก่อนล่ะครับ อาจต้องรอกันซักนิด
ปล2 ผมจะไม่ว่างตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงราวๆต้นธันวานะครับ คงไม่ได้มาเขียนอะไรเท่าไหร่
