Cubic-Royale

[IS] Cubic Royale VII: Dimensional Rupture

posted on 02 Jul 2009 12:10 by theecubic  in Cubic-Royale

เรื่องนี้อิงจากโลกคู่ขนานของรรลบ.ในฝันของฟ้าเหมือนฝันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวละครในโลกของรรลบ.โดยตรงแต่อย่างใด เป็นจินตนาการของผู้แต่ง(MD)ซะส่วนมาก

Part I: Dawn of War

Part II: Mental Omega 

Part III: Man VS Beast

Part IV: Treaty of Alliance

Part V: Let Us Rewind to the Dawn

Part VI: Divided We Stand

 

1.00 น. ณ ???

ทุกอย่างมืดไปหมดรอบๆตัวของระ หญิงสาวรู้ว่าตัวเอง'ตาย'ในกิจกรรมไปแล้ว

นี่หรือ'ความตาย'?

ความมืดนั้นเป็นความมืดที่มืดที่สุดเท่าที่ใครซักคนจะสัมผัสได้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ร่างกายก็เหมือนจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว

ฉับพลันแสงสว่างเจิดจ้าก็ทำให้รอบตัวเธอกลายเป็นสีขาวแทน...

 

1.03 น. ณ หาดทรายฝั่งตะวันออก

"ขณะนี้ความสามารถDimensional Ruptureของผู้เล่นฟ้าเหมือนฝันได้ทุกใช้ออกไปแล้วครับ! ตอนนี้ทุกท่านคงทราบแล้วว่าตัวเองและคู่ได้ทุกสุ่มไปยังจุดใดจุดนึงของเกาะนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจากผลของมัน ขอให้โชคดี!" เสียงประกาศดังกระหึ่มไปทั่วเกาะ

เย้เยในสภาพมนุษย์ปกติฟังเสียงประกาศผ่านหูไป ข้างตัวเขาคือระที่หลบกระสุนของไทยได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปดด้วยผลของพลังประหลาดเมื่อครู่ เขากำลังมองไปข้างหน้า มันคือเศษซากพืชประหลาดหน้าตาเหมือน...ดอกบัวขนาดยักษ์?

เย้เยรู้สึกอยากสัมผัสมันอย่างประหลาด ก่อนที่จะรู้ตัว เขาก็เดินเข้าไปหามันโดยสัญชาตญาณซะแล้ว เมื่อเขาวางมือลงบนซากพืชนั้นเขาก็สัมผัสอะไรบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

มือของเขาค่อยๆกลายเป็นผิวไม้ มันหยั่งรากออกจากนิ้วของชายหนุ่มลงไปในเศษซากของดอกไม้ปีศาจ! เย้เยรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างรอบตัวเงียบหายไป...

 

ระไม่เคยรู้สึกโล่งเช่นนี้มาก่อนเลย...

เธอพึ่งสัมผัสกับเสี้ยววินาทีมรณะมาก่อนจะรอดตายได้อย่างปาฏิหาริย์ หากไทยเหนี่ยวไกปืนเร็วกว่านี้ซักเสี้ยววินาทีเธอก็คงเกมส์โอเวอร์ไปแล้ว ตอนนี้เธอได้แต่ทรุดอยู่บนพื้นทรายด้วยอาการเข้าอ่อน หาได้สังเกตรูปปั้นหินข้างหลังเธอไม่!

 

เป้าหมายหายไปจากระยะสายตา.

ดำเนินการค้นหาในระยะ800เมตรผ่านไอวิญญาณ...

สัมผัสได้ถึงไอวิญญาณที่มีรูปแบบคล้ายคลึงเป้าหมาย...

ดำเนินการประมวลความเป็นไปได้...

ตรวจพบเป้าหมายแล้ว. 

พิกัดคือ447เมตรทางใต้ของตำแหน่งปัจจุบัน ภูมิศาสตร์โดยรอบเป็นหาดทรายและป่าเบาบาง.

ดำเนินการไล่ล่าต่อได้...

...

ค้นพบไอวิญญาณที่ไม่ถูกบันทึกไว้2รูปแบบตรงหน้าในระยะ11เมตร.

ทำการบันทึกไอวิญญาณทั้ง2รูปแบบ...

บันทึกเสร็จสิ้น.

ตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวพันกับเป้าหมาย...

เตรียมเข้าประจัญบาน...

ผลการตรวจสอบเป็นลบ.

ยกเลิกการเข้าประจัญบาน.

ดำเนินการไล่ล่าเป้าหมายต่อไป.

 

ระได้แต่มองด้วยความงงงันเมื่อมีรูปปั้นหินวิ่งผ่านเธอไปด้วยความเร็วสูงหายเข้าไปในป่า...

 

 

1.05 น. เขตหาดริมป่าทางใต้

ธีและนิคกำลังดูเชิงอยู่กับคู่ต่อสู้ตรงหน้า 

สุนและปลาเองก็กำลังทำสิ่งเดียวกัน

แม่น้ำสายค่อนข้างใหญ่ที่ที่เชื่อมต่อกับทะเลตรงหน้ากำลังแบ่งทั้ง2คู่ออกจากกัน แต่ด้วยเหตุที่ว่าทั้งคู่ของธีและสุนต่างไม่รู้ชัดถึงความสามารถของอีกฝ่าย พวกเขาจึงไม่ผลีผลามลงมือ

แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตรึงเครียด แต่ก็มีสิ่งๆนึงที่กำลังเกาะกินจิตใจของนิคอยู่

เธอสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเข้ามาหาพวกเธอด้วยความเร็วสูง มันคืออะไร?

เธอได้แต่คิดพลางกระซิบบอกความคืบหน้าดังกล่าวให้คู่หูฟัง

แขนขวาของหนุ่มผิวแทนกลายเป็นสีฟ้าด้วยความสามารถของเขาเพื่อเตรียมรับศึกในอนาคตอันใกล้ ในขณะเดียวกัน ปลาก็กระชับดาบสีขาวในมือเช่นกันเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย

แม้จะบอกธีถึงวัตถุปริศนาไปแล้วแต่สาวร่างเล็กก็ยังคงหนักใจ

เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรอีกซักอย่างที่เธอรู้สึกถึงแต่ไม่อาจสัมผัสได้

อะไรซักอย่างที่ไม่แสดงบนเรดาร์ในหัวของเธอ

อะไรซักอย่างที่มาจาก...

บนฟ้า?

 

 

1.05 น. ณ สถานที่ปริศนาแห่งใดแห่งนึงบนเกาะ

"พวกนั้นกำลังจะมาสินะ" หญิงสาวปริศนาพูดพลางขีดฆ่าชื่อชื่อนึงบนรายชื่อในมือไปเหมือนคนพึ่งนึกได้

"อาฮะ" เสียงของชายหนุ่มตอบมาจากมุมมืดของห้อง "พอฟ้าเหมือนฝันใช้ความสามารถไป การแหกกฏของฟิสิกข์แบบนั้นก็น่าจะทำให้ช่องว่างของ'ความเป็นจริง'บางลงได้ ทำให้เราสามารถเรียกพวกนั้นมาสำเร็จ อย่างน้อยๆในทางทฤษฎีก็ควรจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะ"

 

 

1.05 น. ณ ชายหาดฝั่งตะวันตก

ธูปและเทียนนั้นต่างอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่า'จืดชืด'ที่สุดในตอนนี้ พวกเขาและเธอไม่ได้เจอกับผู้เล่นคู่อื่นๆตั้งแต่ต้นเกมส์เลยแม้แต่คู่เดียว แม้แต่หลังจากถูกเคลื่อนย้ายด้วยตวามสามารถประหลาด บัดนี้ก็เป็นเวลาร่วมชั่วโมงแล้ว

"เบื่อจัง" เป็นคำพูดติดปากของเทียนในรอบ1ชม.ที่ผ่านมานี้ ส่วนคู่หูชายของเธอก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม

ทำไมเขารู้สึกเหมือนเขาเห็นรอยปริบนท้องฟ้ายามค่ำคืน?

 

 

1.05 น. ณ สถานที่ปริศนาแห่งใดแห่งนึงบนเกาะ

"แล้วพวกนั้นจะโผล่มาจากไหนกันล่ะ" หญิงสาวยังคงถามต่อไป

"จากที่ฉันคาดไว้ คงเป็นบริเวณหาดทรายทั้ง4ทิศของเกาะ" ชายหนุ่นในมุมมืดตอบเพื่อนร่วมงาน

 

 

1.05 น. ณ ชายหาดฝั่งเหนือ

ธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์หรือก็คือไทยกำลังรู้สึกเสียดาย จุดเหลื่อมล้ำหรืออะไรซักอย่างคงทำให้เขาและแพทโผล่ออกมาช้ากว่าคนอื่นๆถึง5นาที ในใจของชายหนุ่มคงรู้สึกเสียดายโอกาสที่จะจัดการผู้เล่นถึง2คนที่ไม่ได้มาง่ายๆไปไม่น้อย 

แพทที่เป็นคู่หูของไทยก็ดูเหมือนจะหงุดหงิดไม่น้อยเช่นกัน เธอเตะก้อนหินข้างๆเป็นการระบายอารมณ์ ด้วยแรงช้างสารของเธอ มันลอยขึ้นฟ้าไปไกลสมควร แต่ด้วยความมืดของท้องฟ้าเวลาตี1 เธอไม่สามารถเห็นชัดได้ว่าก้อนหินดังกล่าวหายไปไหน

ระหว่างที่เธอกำลังมองหาหินก้อนนั้นเธอก็เหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่าง...

"ฮันหนี" เธอเรียกคู่หู "รู้สึกพลังของดั๊นจะรุนแรงจนเตะหินทะลุท้องฟ้าเป็นรอยไปแล้ว... แล้วนี่เดี๊ยนกำลังจะกลายเป็นเด็กพิเศษสเปเชี่ยลรึไงเคอะถึงเชื่อว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปได้!! ไอแคนท์บีลีฟอิต!!!"

"แพทเธอไม่ได้คิดไปเองหรอก" ไทยพูดขึ้นมา หาได้เรียกแพทด้วยชื่อเล่น'ฮันหนี'เหมือนเคยไม่ "ท้องฟ้ามีรอยร้าวจริงๆ และมันกำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆด้วย..."

 

 

1.05 น. ณ สถานที่ปริศนาแห่งใดแห่งนึงบนเกาะ

"แล้วคิดว่าพวกนั้นจะทำอะไรต่อหลังจากมาถึงที่นี่แล้ว"

"ไม่น่าถาม...." ชายหนุ่มพูดก่อนจะหยุดแล้วกระดกขวดน้ำในมือทีเดียวจนหมดเหมือนคอกำลังแห้งอย่างหนัก

 

 

1.05 น. ณ หาดทรายฝั่งตะวันออก 

เย้เยกำลัง'เชื่อมต่อ'กับเศษซากปริศนา ชายหนุ่มผู้มีเลือดเสปนยังคงอยู่ในสภาพเหม่อลอย

ในเวลาเดียวกัน ระกำลังนั่งรอเขาบนพื้นทรายข้างๆหลังจากพบว่าไม่ว่าจะทำยังไง คู่หูหนุ่มก็ดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงการกระทำของเธอเลยแม้แต่น้อย

ขณะที่เธอกำลังเหม่อมองฟ้ายามค่ำบนพื้นทราย เธอรู้สึกเหมือนว่าเธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะสำหรับเธอมันดูเหมือนรอยแยกเล็กๆบนฟ้า ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้...ล่ะมั้ง

 

 

1.05 น. ณ สถานที่ปริศนาแห่งใดแห่งนึงบนเกาะ

"....พวกนั้นก็จะโจมตีใครก็ตามที่อยู่ในบริเวณน่ะสิ" ชายปริศนาพูดต่อหลังดื่มน้ำจนหมด "น่าสงสารเป็นบ้า"

 

 

1.06 น. ณ 'รอยปริ'เหนือหาดทรายทั้ง4ด้านของเกาะ

ร่าง4ร่างกำลังยืนอยู่ภายในรอยแตกบนฟ้าทั้ง4จุด1คนต่อ1ทิศ

คนที่1มีรัศมีสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทวดา ใบหน้านิ่งดุของเธอมีสายตาของ'ผู้ที่อยู่เหนือกว่า'อยู่ เหนือหัวของเธอมีมงกุฏสีทองลอยอยู่เหมือนวงแหวน ในมือมีลูกศรและคันธนูสีขาวเหมือนกับรัศมีของผู้ถือ

คนที่2มีรัศมีสีแดงเหมือนไฟ ดาบในมือของชายหนุ่มเป็นดาบโค้งเล่มใหญ่สีแดงเพลิงเฉกเช่นเดียวกับรัศมีรอบ กาย หน้าตาดูไม่เป็นมิตร สายตาของชายหนุ่มเหมือนพร่อมที่จะฆ่าใครซักคนทุกเมื่อ

คนที่3มีออร่าสีดำสนิทอยู่รอบตัวขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเด็กสาวผมเกละคู่น่ารัก ผิวขาวจัดของหญิงสาวยิ่งทำให้ความแตกต่างดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ในมือของเธอถือคันชั่งเปล่าสีทองขนาดใหญ่

คนที่4มีรัศมีสีเขียวซีดชวนหดหู่ ใบหน้าของหญิงสาวนิ่งไร้อารมณ์ออกอมทุกข์ ข้างกายเธอเป็นร่างผอมซูบผิวสีซีดขาว มันอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำแบบพ่อบ้านชั้นสูง ปากบนใบหน้าไร้ตาของมันขยับพะงาบๆไม่หยุด

 

ทั้ง4คนมีตรารูปหัวม้าสีดำอยู่บนปกเสื้อ และบนอกเสื้อ พวกเขาและเธอต่างมีสัญลักษณ์ของโรงเรียนลูกบาศก์อยู่เหมือนกันหมด!

 

Part VII: Dimensional Rupture end, ...

 

 

และนอกจากนี้เพื่อเป็นการขอโทษที่ดองเค็มCRมานานแสนนาน มาดูพรีวิวตอนหน้า(ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามความเหมาะสม)กันดีกว่า

 

 

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้เล่นของเกมส์นี้ไม่ได้ถูกตั้งไว้แค่ที่24คน?

"ผู้ทำกิจกรรมระลอกที่2ได้มาถึงแล้ว...."

 

ผู้มาใหม่ที่คาดไม่ถึง?  

พวกเขารู้กฏแล้ว...

พวกเขาได้รับความสามารถจากยาประหลาดแล้ว...

พวกเขาพร้อมสำหรับกิจกรรมแล้ว...

 

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้า....

"พวกคุณคือม.4/1ในปี2551ก็จริง"

เด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวออกมา ทะเลเพลิงรอบกายทำให้เขาดูเหมือนปีศาจท่ามกลางไฟนรกไม่มีผิด...

"แต่เราคือม.4/1ของปี2552ครับ...."

 

... to be continue in Part VIII: Herald of the Horsemen

 

 

 

ปล เดาออกกันไหมครับว่าทั้ง4ที่มาใหม่เป็นใครบ้าง แต่เดาถูกผมไม่มีรางวัลให้นะ

ปล2 อย่าลืมกันนะครับว่าเหตุการณ์ในCRเกิดขึ้นในปี2551 สมัยม.4/1รุ่นแรก พวกเขาจึงยังไม่รู้จักผู้มาใหม่

ปล3 อาจจะมีการดองเค็มอีกรอบ ทางผู้เขียนก็ต้องขออภัยล่วงหน้านะครับ เรื่องนี้จะเขียนทีนี่ต้องรอไอเดียอยู่นานพอสมควร

ปล4 สำหรับธีมHorsemenที่กล่าวถึง สามารถไปดูข้อมูลตรงนี้ได้ครับว่ามันเป็นตำนานอะไรมาจากไหน

ปล5 ส่วนจบของตอนนี้ชวนอยากวาดจริงๆ เสียดายสกิลวาดภาพของกระผมมันไม่พอ

[IS] Cubic Royale VI: Divided We Stand

posted on 09 Apr 2009 16:18 by theecubic  in Cubic-Royale

เรื่องนี้อิงจากโลกคู่ขนานของรรลบ.ในฝันของฟ้าเหมือนฝันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวละครในโลกของรรลบ.โดยตรงแต่อย่างใด เป็นจินตนาการของผู้แต่ง(MD)ซะส่วนมาก

Part I: Dawn of War

Part II: Mental Omega 

Part III: Man VS Beast

Part IV: Treaty of Alliance

Part V: Let Us Rewind to the Dawn

 

 

24.57 น. ณ ชายหาดฝั่งตะวันออก

ดาบไม้ไผ่สีขาวบริสุทธิ์ของปลานั้นสร้างความตกใจให้กับ4ที่เหลืออยู่พอสมควร จริงอยู่ที่การเพิ่มขนาดของสิ่งของน่าจะเป็นการเพิ่มพลังให้มันไปด้วยในทางทฤษฎี แต่นี่ไม่สามารถอธิบายว่า'ทำไม' ดาบดังกล่าวจึงสามารถสร้างคลื่นพลังมหาศาลจากการตวัดเพียงครั้งเดียวได้

ลี่ลี่เหลือไปมองยังเมอแรงค์ ดอกบัวปีศาจของตน แม้จะสามารถรับการโจมตีของปลาได้ แต่ตอนนี้กิ่งรากที่เหมือนหนวดปลาหมึกต่างของมันที่ถูกใช้รับการโจมตีนั้น หักเละไม่มีชิ้นดี

"ไผ่จ๊ะ ช่วยรักษาแมอแรงค์หน่อยได้ไหม" เธอหันไปบอกเพื่อนร่วมทีมผู้ที่พยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนเขาจะทำอะไรได้นั่น การโจมตีระลอกต่อไปก็มาซะแล้ว

ฟองสับปะรดลูกเท่าปลายนิ้วก้อยนับสิบนัดถูกปล่อยออกมาโดยบูม แม้ตัวระเบิดจะมีขนาดเล็ก แต่มันสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วมากเมื่อเทียบกับฟองระเบิดที่มีขนาดใหญ่กว่า อีกทั้งยังสมารถถูกสร้างออกมาเป็นจำนวนมากในเวลาอันสั้นได้ เธอจึงใช้มันในการโจมตีเร็วแบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว

ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงระเบิดถี่ยิบดังขึ้นเมื่อมันสัมผัสกับรากหยาบกร้านของดอกบัวยักษ์

หากเมอแรงค์อยู่ในสภาพปกติการโจมตีดังกล่าวก็ไม่น่าจะมีผลอะไรมากนัก แต่การโจมตีระลอกเมื่อครู่ของปลาได้ทำให้'เปลือก'ที่ห่อหุ้มหนวดของเมอแรงค์ไว้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก การโจมตีด้วยระเบิดของบูมจึงสามารถกระชากหนวดพวกนั้นออกอย่างง่ายดาย

การเพลี่ยงพล้ำของคู่ลี่ลี่และไผ่นั้นเป็นเหมือนสัญญาณของปลาและสุน ปลาฟันดาบไม้ไผ่สีขาวในมืออีกครั้ง ส่งคลื่นพลังมหาศาลไปทางคู่ต่อสู้ที่เพลี่ยงพล้ำ

 

เสี้ยววินาทีที่คลื่นพลังมหาศาลกำลังจะเข้ามา ไผ่ก็ได้รู้ถึงแววมรณะของฝ่ายตัวเอง การโจมตีระลอกที่กำลังจะมาถึงนี้ต้องสามารถจัดการกับพวกเขาได้เป็นแน่แท้ เขาไม่มีเวลาที่จะร่ายมนต์ใดๆก็ตามที่อยู่ใน'คัมภีร์'ของตน

"เชนจ์" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ คัมภีร์ตรงหน้าสลายหายไปก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยก้อนหินก้อนนึง แววตามองไปยังภัยตรงหน้า ก่อนคลื่นพลังจะถาโถมมาที่เขา เขารู้ดีว่าก้อนหินในมือสามารถทำอะไรได้ และเขารู้ว่ามันสามารถช่วยลี่ลี่ได้แน่นอน ชายหนุ่มหยุดคิดเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมืดหายไป....

 

ทรายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณภายใต้รัศมีการโจมตี เสียงประกาศดังขึ้น

"ปลาได้1แต้ม ผู้เล่นไผ่ออกจากเกม" เสียงประกาศดังขึ้นมาทั่วเกาะ

"ไผ่? แล้วลี่ลี่ล่ะ?" บูมและสุนพึมพำออกมาเบาๆพร้อมๆกัน

เมื่อฝุ่นทรายจากลง ความจริงก็ปรากฏ...

ภาพที่อยู่ต่าหน้าสายของปลาและสุนก็คือลี่ลี่ที่แม้เนื้อตัวจะมอมแมมแต่ก็ไร้ขีดข่วน ข้างเธอคือกอบัวปีศาจที่และเป็นชิ้นๆหลังจากรับการโจมตีของคลื่นดังกล่าวไป แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือรูปปั้นโคลนที่ยืนบังลี่ลี่อยู่ มันนี่เองที่เป็นตัวรับการโจมตีแทนส่วนของลี่ลี่เมื่อครู่

แม้มันมีหน้าตาเหมือนกับกองดินที่ถูกนำมาสุมๆกันไว้เป็นรูปคนก็จริง แต่มันกลับมีความสูงกว่า5เมตรและแผ่จิตสังหารออกมาเต็มเปี่ยม!

"อะไรก..." ปลาที่พูดไม่ทันขาดคำก็พบว่ายักษ์ดังกล่าวกำลัง'พอง'ตัว ตอนนี้มันดูเหมือนคางคกโคลนตัวโตที่ดูน่าขยะแขยงมากกว่ารูปลักษณ์เมื่อครู่เสียอีก

แต่รูปลักษณ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถที่แท้จริง ยักษ์ประหลาดพ่นไฟออกมาจาก'ปาก'ของตัวเองมาทางปลา

หญิงสาวร่างใหญ่หลบเปลวเพลิงได้ฉิวเฉียดเมื่อสุนได้รีบใช้ความสามารถย่อขนาดของเธอกลับมาเท่าเดิมอีกครั้ง ทำให้เปลวเพลิงลุกผ่านหัวของทั้ง2ไปแต่ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ

ปลาโจมตีสวนกลับโดยตวัดดาบไม้ไผ่ที่กลับมามีขนาดปกติในมือ มันส่งคลื่นพลังโจมตีที่เล็กลงออกไป แต่พลังของมันนั้นยังคงไว้ซึ่งความรุนแรงที่ใครๆก็ต้่องขยาด

เมื่อรับการโจมตีดังกล่าวเข้าไป หัวของสัตว์ประหลาดโคลนก็กระจายหายไปเป็นชิ้นเหมือนถูกระเบิดปาเข้าใส่

"แปลก..." ฟ้าพึมพำเบาๆ "แล้วทำไมมันทนการโจมตีก่อนหน้าของปลาได้ล่ะ?"

เธอได้รู้คำตอบเมื่อเห็นว่าทรายรอบตัวของยักษ์นั้นกำลังไหลขึ้นมารวมกันบนตัวของมันแทนที่ส่วนที่ถูกทำลาย ก่อนโคลนจากส่วนอื่นของร่างกายมันจะไหลมาคลุมเนื้อทรายอีกชั้น เพียงไม่กี่วินาทีมันก็กลับคืนสู่สภาพเดิมไร้รอยขีดข่วน!

 

ความสามารถของไผ่นั้นคือการสุ่มหยิบอาวุธพิสดารหลากชนิดออกมาจาก'คลังแสงจินตนาการ'สถานที่เก็บอาวุธหลากชนิดจากนิยายที่ไผ่เคยอ่านมา โดยสามารถทำการสุ่มอาวุธใหม่ด้วยคีย์เวิร์ด'เชนจ์'

หรือก็คือไผ่สามารถสุ่มหยิบอาวุธอันตรายนับสิบนับร้อยชนิดจากนิยายกำลังภายในหลายต่อหลายเล่มที่เคยผ่านตาตนได้!

ขลุ่ยที่ไผ่เรียกมาในตอนแรกมีชื่อว่า'แร้งสยายปีก' ขลุ่ยเวทย์มนต์ที่สามารถสร้างพายุได้จากนิยาย'ปีกโลหิต'ของลิเท้ง คัมภีร์ที่ถูกเปลี่ยนตามมาคือ'รวมกลอนสวรรค์พิพากษา'คัมภีร์รวมท่อนกลอนศักดิ์สิทธิ์ที่ไว้ใช้มอบโทษให้กับเหล่ามารร้ายบนพิภพมนุษย์ซึ่งมาจากนิยาย เรื่อง'สวรรค์สีดำ'ของ โลว์ จาง เก้อ

ในพริบตาก่อนจะได้รับการโจมตีถึงตายนั้นไผ่ได้ออกคำสังเปลี่ยนอาวุธอีกครั้ง และด้วยโอกาสที่อาจจะเรียกได้ว่า1ในหลายหมื่นที่อาวุธชิ้นนั้นจะถูกเรียกมาในสถานการณ์เช่นนี้ ไผ่ได้สุ่มอาวุธที่ชื่อ 'ศิลาอาฆาต'ขึ้นมา

'ศิลาอาฆาต'เป็นอาวุธที่ทรงพลังเหนือจินตนาการสำหรับผู้ที่เคยเห็นมันในนิยาย'สุนัขป่าเห่าหอน'เล่มที่ 11ของจาง เหวินเต๋อ

(หนังสือ3เล่มที่ถูกกล่าวถึงไม่มีอยู่จริง - MD)

ความสามารถของศิลาอาฆาตคือการแก้แค้นให้กับผู้ใช้ เมื่อผู้ถือครอง'อาวุธ'ชิ้นนี้ได้เสียชีวิตลง ยักษ์โคลนจะถูกเรียกออกมาจากพิภพนรกเพื่อแก้แค้นแทนเจ้าของ และมันจะไม่หยุดการตามล่าอีกฝ่ายจนกว่าผู้สังหารเจ้าของจะถูกกำจัด! ความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่ขนาดใหญ่โตหรือความสามารถหลากชนิดเท่านั้น แต่รวมไปถึงความสามารถในการ'สร้าง'ร่างใหม่ของตัวเองมาเรื่อยๆหลังจากถูกทำลายด้วย มันสามารถโดยดึงพื้นดินรอบๆมาซ่อมแซมร่างกายได้ หรือก็คือมันเป็นอมตะตราบใดที่มันยังอยู่บนพื้นดิน!

หันไปทางคู่จ่อสู้ รูปปั้นอมตะตั้งท่าโจมตีอีกครั้ง...

 

ย้อนกลับมาที่เวลา 24.26น.

ฝูงแมลงมหาศาลกำลังล้อมกรอบภูมิและวิอยู่ ภูมิในร่างหมีและวิบนหลังนั้นไม่กล่าผีผลามทำอะไรทันที แม้จะเป็นแค่แมลง แต่ด้วยจำนวนหลายต่อหลายล้านแบบนี้พวกมันทั้งหมดสามารถรุมกินเขาทั้ง2จนไม่เหลือกระดูกได้

ขณะที่ภูมิและวิกำลังตกที่นั่งลำบากนั้น ฝ่ายที่เหมือนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างไอริสและกีกี้ก็กำลังตกที่นั่งลำบากด้วยเช่นกัน

หัวของกีกี้ผู้ควบคุมแมลงปวดตุบๆเหมือนมันกำลังจะระเบิด ไอริสที่อยู่ข้างๆพึมพำ'ทำใจดีๆไว้นะ' ไม่ขาดสาย

ความสามารถของกีกี้คือการสร้างฟีโรโมนควบคุมแมลง เขาสามารถสร้างคำสั่งที่ต้องการโดยการปล่อยกลิ่นดังกล่าวไปสู่บรรยากาศโดยรอบ แมลงชนิดเป้าหมายที่ได้รับจะถือกลิ่นนั้นเป็นคำสั่งสูงสุดที่จะต้องบรรลุและฝ่าฝืนไม่ได้

ในกรณีล่าสุดนี้กีกี้ได้ปล่อยฟีโรโมน'จงฟังคำสั่งของฉัน'ออกมาตามด้วยคำสั่ง'จงมาหาฉัน'โดยมุ่งเป้าไปยังแมลงทุกชนิดเท่าที่เป็นไปได้ ผลก็คือแมลงทั่วทั้งบริเวณที่ได้กลิ่นนี้ต่างก็เฮโลมาเต็มพื้นที่รอบตัวกี้ 

แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นการง่ายแต่แค่ขั้นตอนการตั้งสมาธิเพื่อปล่อยฟีโรโมนคำสั่งก็ยากมากแล้วสำหรับกีกี้ หากเขาไม่จดจ่อสมาธิทั้งหมดให้กับการผลิตฟีโรโมน คำสั่งที่ออกมาจะยุ่งเหยิงไม่เป็นธรรมชาติส่งผลให้กลุ่มแมลงหลุดจากการควบคุม เมื่อตอนที่ได้กินยาไป เขาลองใช้ความสามารถนี้ควบคุมรังผึ้งใกล้ๆ แต่ด้วยการที่เขาหลุดสมาธิไปเพียงชั่ววูบนั้น คำสั่ง'บินวนรอบต้นไม้สามรอบ'จึงพังไม่เป็นท่า ส่งผลให้พวกมันหันมาไล่เขากับไอริสจนเกือบไม่รอด

นับว่าเป็นเคราะห์ดีที่กีกี้เป็นคนที่มีถึง2จิตในร่างเดียวกัน ทั้งคู่สามารถผลัดกันแบ่งเบาภาระทางสมองให้กันและกันอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วชั่วนึกคิด ทำให้กีกี้สามารถควบคุมแมลงจำนวนมหาศาลได้นานขนาดนี้

แต่ทางภูมิก็มีไม้ตายซ่อนอยู่เช่นกัน

"ซารีโอ้ เวิรล์ด..." วิพึมพำออกมาเบาๆ

คิตตีเลี่ยนทั้งหมดในรัศมีของชายหนุ่มค่อยสลายหายไปเมื่อได้ยินคำสั่งเมื่อครู่ สิ่งที่ตามมาแทนที่คิตตีเลี่ยนก็คือออโรร่าสีชมพูจากท้องฟ้า!

แสงสีชมพูสวยงามทอลงมาจากฟ้าปกคลุมไปทั่วบริเวณภายในรัศมี100เมตร ที่น่าแปลกคือ สิ่งที่แสงนั้นสัมผัสเริ่มแปรสภาพ

แม้ผู้ร่วมกิจกรรมทั้ง4จะไม่เป็นอะไร แต่ผลลัพธ์ต่อสภาพแวดล้อมนั้นเต็มเปี่ยม พวกแมลงนั้นค่อยสุมรวมกันเหมือนกลุ่มก้อนก่อนจะกลายเป็นตัวการ์ตูนรูปแมลงแทน!

ผึ้ง แมลงวันและตัวต่อเต็มน่านฟ้าหลายล้านตัวกลายเป็นแค่สิ่งมีชีวิตหน้าตาเหมือนตุ๊กตาผึ้งขนาดเท่าเด็กทารกไม่กี่ร้อยก่อนจะบินกระจัดกระจายจากไป 

สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นกับแมลงชนิดอื่นๆบนพื้นดิน พวกมันกลายเป็นตุ๊กตาแมลงการ์ตูนที่มีชีวิตแบบเดียวกันก่อนจะบินตามพวกบนฟ้าหายไป

ในช่วงเวลาไม่เกิน10วินาที กองกำลังนับล้านของกีกี้ก็ได้จากไปหมดแล้วในสภาพของตุ๊กตาน่ารักไร้พิษสงนับพัน!

ตุ๊กตาผึ้งปริศนา

"เฮ้ย! นี่มันอะไรกันวะ!" กีกี้สบถด้วยสีหน้าเหมือนโดนผีหลอก เอาจริงๆเขายอมโดนผีหลอกดีกว่ามาเห็น'ลูกน้อง'ของตัวเองโดนปู้ยี้ปู้ยำแบบนี้! ไอริสที่ยืนอยู่ข้างๆกี้เองก็เก็บสีหน้าตกใจไม่อยู่เหมือนเพื่อนร่วมทีม เธออ้าปากค้างด้วยความตกใจเช่นกัน แม้แต่ภูมิในร่างหมีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเองก็ดูตกใจภายใต้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยขน

"ผึ้งน้อยเมื่อกี้ชื่อSweet Coron ตัวแทนของเหล่าแมลงซานริโอ้ผู้ที่เกิดท่ามกลางสวนดอกบัวสวยงามในโลกของซานริโอ้ เขาเป็นผึ้งน้อยอารมณ์ดีที่ชอบบินไปไหนมาไหน ก็เลยบินออกไปแบบเมื่อกี้ไง" วิตอบหน้าตาย

"ไม่ใช่เฟ้ย" กีกี้กระแทกเสียงต่อ "ไอ้ความสามารถเมื่อกี้มันคืออะไร!?"

"ซานริโอ้เวิร์ลดเป็นสุดยอดความสามารถเชิงรับของเรา มันสามารถเปลี่ยนสิ่งประสงค์ร้ายในรัศมี100เมตรที่ไม่ใช่มนุษย์หรือความสามารถของใครให้กลายเป็นตุ๊กตาตัวละครซานริโอ้มีชีวิตที่ใกล้เคียงกับสิ่งนั้นมากที่สุด แต่มันมีผลแค่10นาทีเท่านั้น" วิตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบๆอีกครั้ง

ด้วยสาเหตุอันใดไม่ทราบ กีกี้พึ่งสังเกตว่าปืนในมือของเขาเองก็กลายเป็นตุ๊กตาลูกหมาหน้าตาน่ากอดไปแล้วโดยที่เขาไม่รู้ตัว มันกระโดดลงจากมือของเขาก่อนจะวิ่งหนีหายไป โชคดีที่ปืนสารพัดนึกของไอริสเป็นความสามารถของเธอจึงไม่ได้รับผลจากพลังประหลาดนี้ ทำให้พวกเขายังมีอาวุธอยู่บ้าง

ตุ๊กตาหมาปริศนา

 

ในชั่ววินาทีนั้นไอริสจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ เธอเปลี่ยนปืนในมือเป็นสิ่งของที่มีรูปร่างคล้ายเครื่องดูดฝุ่น ก่อนจะยิงมันไปรอบทิศทาง ส่งควันสีดำขโมงออกมาทั่วบริเวณแทนที่กระสุนก่อนจะลากตัวกี้ที่ยังตะลึงไม่หายออกไป

เมื่อม่านควันจางลง ทั้งคู่ก็หายไปจากสายตาของวิ

"ทำไมปืนถึงกลายเป็นโปชัคโกะได้นะ..." วิพึมพำเบาๆ

 

 

กลับมาที่เวลา 24.58 น. ณ ชายหาดฝั่งตะวันออก

ตูม!!!

เสียงของปีศาจโคลนที่โดนฟองสับปะรดลูกโตระเบิดหัวทิ้งไปเรียกสติสุนกลับมาอีกครั้ง มันกำลังสร้างตัวเองใหม่ด้วยทรายรอบตัวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ

ชายหนุ่มพบว่าตัวเองบาดเจ็บเล็กน้อยเมื่อโดนลูกหลงจากการโจมตีของปีศาจเมื่อครู่หมดสติไป ลี่ลี่หนีหายไปในช่วงชุลมุนวุ่นวายเมื่อเจ้าปีศาจโคลนตัดสินใจโจมตีใส่ทั้งทีมของเขาและพวกบูม ทำให้ทั้ง2คู่ตัดสินใจทำงานร่วมกันชั่วคราวเพื่อปราบเจ้าตัวร้ายนี่

ภาพตรงหน้าคือภาพปลาและบูมส่งคลื่นพลังและฟองระเบิดใส่มันหลายต่อหลายนัดจนมันกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี แต่เพียงไม่นานมันก็สร้างตัวเองกลับมาใหม่ก่อนจะโจมตีสวนกลับโดยการยืดแขนยาวเหยียดกวาดไปทางหญิงสาวทั้ง2เหมือนการตบ

 

โครม!!!

ปลารู้สึกเหมือนโดนแท่งหินฟาดใส่เมื่อผิวโคลนสัมผัสกับดาบไม้ไผ่สีขาวส่งถ่ายแรงกระแทกผ่านมาที่เธอ

ตาของหญิงสาวพร่าชั่วขณะ ในขณะที่บูมหลบการโจมตีได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดก่อนมันจะถึงตัวเธอ

 

ในจังหวะเพลี่ยงพล้ำ ยักษ์ประหลาดพ่นไฟตามมาอีกระลอก แต่แทนที่จะเป็นสาย มันพ่นไฟออกมาเป็นลูกๆติดต่อกันแทน นับว่าเคราะห์ดีที่บูมสามารถเรียกฟองระเบิดออกมารับการโจมตีได้ทัน แต่แรงระเบิดของลูกไฟที่มีต่อฟองสับปะรดของบูมส่ง2สาวกระเด็นออกไปจากจุดที่ตั้งหลักไว้ตอนแรก ทั้งคู่ต่างได้รับบาดเจ็บ

 

สติพร่าจากแรงกระแทกของแรงอัด สาวสับปะรดรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเธอไม่สามารถสู้กับปีศาจร้ายตรงหน้าได้ เธอรวบรวมแรงเฮือกนึงตะโกนไปยังเพื่อนร่วมทีมที่อยู่นอกวงมาตลอด

"ฟ้าเหมือนฝันคะ ใช้ความสามารถเลย!"

ดุจคำตอบ นัยต์ตาของสาวผิวซีดทั้งดวงกลายเป็นสีดำสนิท.....

 

 

เวลา 24:59น. ริมหาดทรายเขตตะวันตก

ในชั่ววินาทีมรณะ ระรู้สึกได้ถึงประสบการณ์ก่อนตาย ทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะหยุดลงไปรวมทั้งเธอ กระสุนจากปากกระบอกปืนตรงหน้าเคลื่อนที่ตามแรงอัดจากดินปืนมาหาเธอช้าๆ ช้ามากๆจนเหมือนเธอสามารถหลบมันได้ แม้เธอจะรู้ว่าร่างกายเธอตอบสนองมันไม่ทันก็ตาม....

ทุกอย่างมืดหายไป

เสียงประกาศดังแผดไปทั่วเกาะตามมา...

 

Part VI: Divided We Stand end, to be continue in Part VII: Dimensional Rupture

 

 

ปล ไชโยเว้ยเฮ้ย เขียนCRตอนใหม่ได้ซักที!!!

ปล2 ติชมกันด้วยนะครับ