Cubic-School-Homework

เรื่องราวต่อไปนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอนทรี่นี้

 

สายลมเย็นยามค่ำบนยอดตึกระฟ้า37ชั้นไม่ระคายผิวของชายหนุ่มมากเท่ากับความเย็นของเหล็กสีดำทมิฬที่ถูกหลอมออกมาเป็นปืนซุ่มยิงกระบอกยาวรุ่นWH40K-Vindicareในมือของเขา

ภายใต้เงาของตึกสูง เมืองใหญ่เบื้องล่างกำลังส่งเสียงของมันออกมา เสียงของอสาระ ท่วงทำนองที่บรรเลงรวมกันด้วยเครื่องดนตรีนับล้านชิ้นที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง มันเป็นบทเพลงที่ไม่ตายตัว ไม่มีโน้ต ไม่มีวาทยกร ไม่มีกฏเกณฑ์ ทั้งหมดเป็นเพียงเพลงของเครื่องดนตรีแต่ละตัวที่เป่าออกมาแบบไม่มีจังหวะจะโคนเท่านั้น

ธีระรักทำนองเช่นนี้มากที่สุด...

แม้ท่วงทำนองจะยุ่งเหยิงจาก'เสียง'นับไม่ถ้วน แต่เขารู้ว่ามีเสียง2เสียงที่เขาจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

"แกงเผ็ดถึงแกงจืด เป้าหมายเข้ามาในระยะ300เมตรแล้ว เปลี่ยน" เขาพูดกับวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่กับหูก่อนเสียงรับทราบจะดังมาจากอีกฟากสัญญาณ

"แกงหนังสือถึงแกงเผ็ดและแกงจืด เป้าหมายได้รับการยืนยันแล้ว เป็นมาฮ์ เซลามัตถ์ นักค้าสิ่งมีชีวิตเถื่อนรายใหญ่จากอินโดนิเซียตามที่สายแจ้งมาจริง เปลี่ยน" เสียงที่3ดังขึ้น

"รับทราบแล้ว เปลี่ยน" เขาพูด "แกงจืดได้ยินข้อมูลดังกล่าวไหม เปลี่ยน"

"แกงจืดถึงแกงเผ็ดและแกงหนังสือ รับทราบ เปลี่ยน" สีหน้ายิ้มแย้มของธีร์หรือที่เพื่อนๆเรียกว่าไทยดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

"แกงเผ็ดถึงแกงจืด เข้าประชิดเป้าหมายได้ เปลี่ยน" เสียงของแกงหนังสือหรือก็คือสานเป็นสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ "แกงจืดถึงแกงหมี รักษาระยะรถ6เมตรจากแกงจืดไว้ เตรียมเส้นทางหนีด้วย เปลี่ยน"

ในขณะเดียวกัน แกงจืดก็เข้าประชิดเป้าหมายแล้ว...

"Mr Selamat! (คุณเซลามัตถ์!)" ไทยฉายยิ้มเป็นมิตรพลางเข้าไปหาเป้าหมายที่ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงกับการมาของเขา

"Mr Thee! (คุณธีร์)" อีกฝ่ายปั้นยิ้มแบบเดียวกัน "It's been a long time since we last met! (เราไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานจริงๆ)"

"Indeed (จริงอย่างที่คุณว่า)" ไทยกล่าวพลางยื่นมือออกไปหาชายชาวอินโดนีเซีย

"I know this is not coincident. (ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ)" น้ำเสียงของเซลามัตถ์ส่อประกายพ่อค้าพลางรับมือที่ยื่นมาของไทย "Are you interested in some 'special' pet Mr Thee? Perhaps a nice blue tail wolf for your family? Or a pair of... what is this Mr Thee? (คุณสนใจสัตว์เลี้ยง'พิเศษ'เหรอครับคุณธีร์ หมาป่าหางฟ้าซักตัวสำหรับครอบครัว? หรือว่า... นี่อะไรหรือครับคุณธีร์?)"

เซลามัตถ์กล่าวพลางมองกระดาษในมือ

"You are right, Mr Selamat. (คุณพูดถูกคุณเซลามัตถ์)" ไทยไม่สนใจคำถามพลางฉายยิ้มที่เย็นประดุจน้ำแข็ง "This is not a coincident. (นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ)"

ชายชาวอินโดนีเซียล้มลงกับพื้น

ผู้คนรอบข้างเริ่มให้ความสนใจกับเขา

ชายชาวไทย2เริ่มออกเดิน

คนนึงเดินออกจากตำแหน่งเดิมบนตึกระฟ้า

อีกคนนึงเดินฝ่าฝูงชนขึ้นรถที่รออยู่

เสียงกรีดร้องดังขึ้น

ชายนิรนามคนนึงตั้งสติได้มากพอที่จะเรียกตำรวจ

ธีระ สุขสมบูรณ์ยังคงได้ยินเสียงของเมืองอยู่ 

เซลามัตถ์กำลังมองขึ้นฟ้ายามเย็นของมหานครอยู่

ชายชาวอินโดนีเซียคงไม่สามารถประมวลภาพท้องฟ้าเข้าสมองได้

ก็ในเมือสมองของเขามีรูจากลูกตะกั่วอยู่

ชายลูกครึ่งชาวไทยมีความคิดนึงอยู่ในหัว

เสียงของมหานครเงียบลงไปเสียงนึง

หมายความว่าเครื่องดนตรีชิ้นนึงได้พังลงไปแล้ว

และในมือของ'เครื่องดนตรี'ชิ้นนั้นมีกระดาษอยู่แผ่นนึง

มันเป็นนามบัตรธรรมดาสีขาวที่มีเพียงประโยคภาษาไทยสั้นๆพิมพ์ด้วยอักษรสีส้มประดับอยู่

ชมรมท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์แห่งคิวบิก

 

....

"ก็อย่างที่ว่าแหละ" ธีกล่าวผ่านหูโทรศัพท์ของไทย "ไทยมายเฟรนด์ ดีเอ็นเอรสแกงจืดใส่กิมจิของนายมันเขียนเป็นตัวเป้งๆไว้ว่า'นักกิจกรรม'เชียวนา เพราะงั้นตั้งชมรมซะ ผอ.อุตสาห์ส่งโอกาสฟ้าประทานแสนสนุกที่โลกลืมมาให้ เดี๋ยวเราเข้าชัวร์ แล้วก็อย่ากลัวจะมีแค่2เราเพื่อนกูรักมึงว่ะ เรารู้ว่าน้องๆและเพื่อนอีกหลายชีวิตกำลังรอนายตั้งชมรมอยู่ ตั้งชมรมซะแก!!!!"

อีกฝ่ายวางสายหลังจากพร่ำพรรณาพลอทนิยาย(มั้ง?)ที่ดูเหมือนโดนจับมาโยงกับเรื่องชมรมผสมความเวอร์ของชายหนุ่มผิวคล้ำ

ตอนนี้ไทยคิดจะตั้งชมรมแล้วแน่นอน เพียงแต่เขาไม่ได้บอกเพื่อนเรื่องความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง...

"อ่าวคุณไทยยังไม่นอนอีกเหรอคะ" นางสาวดอกรักหรือที่ไทยเรียกว่า'พี่ดอกรัก'เปิดประตูห้องนอนของไทยเข้ามา "คุณพ่อบอกว่าไม่ต้องรอนะคะ วันนี้คุณพ่อมีนัดทานข้าวกับลูกค้าคงกลับดึกค่ะ" เธอยิ้มก่อนที่จะชะโงกดูแผ่นกระดาษสีขาวที่บนหัวกระดาษมีข้อความสั้นๆ เขียนอยู่

<< ชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อม >>

"นายกับเพื่อนๆคงชอบชื่อนี้นะธี" ไทยยิ้มพลางมองดูชื่อชมรมที่คิดไว้

 

ในขณะเดียวกันที่บ้าน Parker สุขสมบูรณ์...

"เรื่ององค์กรลอบสังหารที่ทำเพื่อธรรมชาติงั้นเหรอ" ธีพึมพำหลังจากนึกถึงฟิคทดลองที่ส่งไปให้ไทยเมื่อครู่ขึ้นมา "น่าสนว่ะ"

"ว่าแต่" ธีพูดกับตัวเองเหมือนนึกขึ้นได้ "นักฆ่าสัตว์เถื่อนเกี่ยวกับชมรมท่องเที่ยวตรงไหนวะ ถ้าเป็นชมรมอณุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็ว่าไปอย่าง กรรมจริงเรา" 

 

 

สรุป

-เรื่องราวในช่วงแรกเป็นแค่ฟิคทดลองที่มีไอเดียมาจากชมรมของธีเท่านั้น(ก็แหงสิ)

-ธีคิดว่าเรื่องการตั้งชมรมน่าจะมีเรื่องสนุกๆแม้ว่าจะโดนลืมเมื่อปีก่อนก็ตาม

-ธีคิดจะเข้าชมรมของไทยอยู่แล้ว และคิดว่าน้องๆกับเพื่อนๆคงเข้าด้วยแน่นอน

-ไอ้ธีมันได้พลอตนิยาย (อีกแล้ว) จากการคิดเรื่องชมรมของไทย 

 

 

หมายเหตุแอนด์ปล.

-ปืนWH40K-Vindicareไม่มีอยู่จริงและได้ชื่อมาจากที่นี่

เนื่องจากWarhammer 40000 [1000 = 1K(kilo), 40000 = 40K] มีชื่อเรียกสุดยอดนักฆ่าที่ถนัดใช้ปืนไรเฟิลระยะไกลว่าVindicare Assassin

 

-หมาป่าหางฟ้า(Blue Tail Wolf) ไม่มีอยู่จริง

 

-ชื่อมาฮ์ เซลามัตถ์(Mah Selamat)มาจากชื่อผู้ก่อการร้ายที่ทางการสิงคโปร์หมายหัวอยู่ ขณะนี้ถูกจับได้แล้วที่มาเลเซีย

 

-ชื่ออังกฤษของธีคือJackyle (แจคไคล์) เป็นเหตุผลให้เรื่องนี้มีชื่อว่าJackyle's Fantasy(ความเฟ้อฝันของธี) เนื่องจาก4ใน5เป็นเรื่องสั้นของธีล้วนๆ

ผมจับฉลากที่นั่งได้หมายเลขที่41 เป็นมุมซ้ายล่างสุดของห้อง

ตำแหน่งที่เหมาะแก่การเหม่อและหลับยิ่งนัก

แน่นอนว่าตอนนี้ผมกำลังนั่งข้างๆกับเพื่อนข้างโต๊ะคนใหม่

เรา2คนไม่ปริปาก

 

พัดลมเหนือหัวส่งเสียงหวื่อๆเนือยๆต่อไป

เรา2คนก็ยังเงียบต่อไป

 

เสียงเซ็งแซ่ในห้องยังดังมาเรื่อยๆ

แต่เรา2คนก็ยังคงไว้ซึ่งความเงียบ

 

ผมกับเขาไม่ได้ไม่ถูกกัน แต่เราแค่....

ไม่รู้จะพูดอะไร

ผมและรวิระ วิญญรักษาหรือก็คือธูปคงรู้อยู่แก่ใจว่านอกจากวันเกิดและความแว่น(?)แล้ว เรา2คนไม่มีอะไรคล้ายกันซักอย่าง เรื่องที่พอจะคุยกันได้จึงมีไม่มากนัก

และผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเสียวสันหลังเป็นครั้งคราวข้างๆเพื่อนร่วมห้องคนนี้

 

ฟ้าเหมือนฝันข้างหน้าผมก็ยังคงความ'หลุมดำ'ในแบบของเธอต่อไป

แม้จะทำเวรด้วยกันมาตลอดปีที่แล้วก็ตาม และแม้เธอจะเป็นถึง'คนพิเศษ(ข้างเดียว?)'ของเพื่อนสนิทอย่างภูมิ ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเธอนัก

ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอเช่นกัน 

 

ภูที่อยู่ข้างๆฟ้าก็ไม่ต่างกัน 1ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ผมกับเขาสนิทกันเท่าใดนัก แม้ช่วงแรกๆของปีที่แล้วผมจะแอบไม่ชอบหน้าหมอนี่เล็กน้อยด้วยสาเหตุบางประการ แต่ตอนนี้เขาก็เป็น'คนโอเคๆ'ในสายตาผม ไม่บวก ไม่มีลบ

ผมไม่มีอะไรจะพูดกับอีกฝ่ายเหมือนกับอีก2คน

 

 

ผมหันไปมองเพื่อนรอบตัวอีกครั้ง ปากกาในมือหมุนเป็น'จังหวะ'เรียบๆเหมือนเส้นตรง เช่นเดียวกับกราฟการเต้นของความรู้สึกของผม เรียบจนน่าแปลกใจ ใจผมเองก็โล่งจนน่าแปลกใจเช่นกัน

 

5วินาทีต่อมา

ผมหันไปมองธูป

 

7วินาทีต่อมา

ผมหันไปมองฟ้าและภูข้างหน้า

 

9วินาทีต่อมา

ผมทำปากกในมือตกลงโต๊ะ เป็นเสียง'ตึก'2จังหวะ

 

ความเงียบก็ยังคงดำเนินต่อไป....

 

สรุป

-ธีรู้สึกเฉยๆที่ได้นั่งใกล้ๆธูป ฟ้าและภู เพราะไม่ได้สนิทอะไรกับทั้ง3คน

-ธีรู้สึกเหมือนทุกอย่างดูเงียบๆแปลกๆ

-และมันก็คงเงียบต่อไปเรื่อยๆในความคิดของธี

 

อนึ่ง

ธีมีสัมผัสที่6น้อยมาก(แต่ไม่ถึงกับเป็น0) ไม่สามารถเห็นหรือสัมผัสวิญญาณได้ แต่'รู้สึก'ถึงการคงอยู่ของน้องเทียนเป็นครั้งคราวได้หากอยู่ใกล้พอในรูปแบบของอาการเสียวสันหลังอ่อนๆ