Cubic-School-My-Story

[MS EV] A Rotten Apple

posted on 31 Aug 2009 17:44 by theecubic  in Cubic-School-My-Story, Fancy-Party

เอนทรี่ืที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่อไปนี้

*Main Story . สีดำของชุดแฟนซี

[CS-EV] BlackHead WhiteBody and RedBlood

[EV]FP ชุดสีดำ ความรู้สึกสีเทา

 
------
 
A Rotten Apple Spoils the Barrel 
 
(ความหมายเดียวกับ 'ปลาตายตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง')
 
สุภาษิตอังกฤษ

 

 

ผมไม่เข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา

"ฉันบอกว่าฉันไม่ถ่าย อยากถ่ายก็ไปถ่ายของแกคนเดียวเซ้!!! โอ้ย!!! โครม!!!" เสียงตวาดดังขึ้นมาติดต่อกัน "สนุกพอใจกันรึยัง... หรือยังไม่พอจะเอาอีก อยากใส่ชุดนี้ใช่มั้ยล่ะเดี๋ยวฉันจะถอดให้ถ่ายรูปกับเพื่อนให้"

 

'เกิดอะไรขึ้นวะ? นี่ตูไปเอาน้ำกับชวนนิคคุยแป้บเดียวนี่มีต่อยกันแล้วเรอะ'

ตอนนั้นผมได้แค่คิดในใจก่อนจะสวมวิญญาณธีมุงเข้าไปดูสถานการณ์ จิตวิญญาณนักข่าว(พาร์ทไทม์)ลุกพรึ่บ ในหัวนึกภาพสกู้ปYnewsในอนาคตอันใกล้ 

 

ใครที่ไหนทะเลาะกันหนอ?

มีอะไรให้รับรู้? 

มีอะไรให้ดู?

มีอะไรที่เราทำได้ไหม?

คำถามต่างๆเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในหัวของผม

 

คำตอบทั้งหมดนั้นเป็นที่กระจ่างเมื่อผมฝ่าฝูงชนเข้าไปยังตัวเหตุการณ์สำเร็จ

ใครที่ไหนทะเลาะกันหนอ? ไอริสกับไทย

มีอะไรให้รับรู้? 2คนนี้ทะเลาะกันเพราะไทยไปกวนไอริสเข้า

มีอะไรให้ดู? ไทยนั่งแก้มถลอกอยู่กับพื้นกับไอริสและต้นน้ำที่ออกจากงานไป

มีอะไรที่เราทำได้ไหม? ไม่มี...

 

"Fuck..." ธีสบถออกมาด้วยภาษาอังกฤษเบาๆพลางโยนน้ำที่ยังไม่ได้เตะทิ้งก่อนจะรุดเขาไปดูเพื่อนที่กำลังนั่งหัวถลอกอยู่กับเพื่อน ปลา ภูมิและมินท์ไปถึงก่อนเขาแล้ว พวกเธอและเขากำลังช่วยพยุงไทยขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

"มาเราช่วยเอง" เขาพูดพลางช่วยทั้ง3ดึงไทยให้ลุกขึ้นมา

"พี่โอเคนะครับ?" รุ่นน้องที่ชื่อว่านถามไทย

 คำตอบของไทยคือรอยยิ้มจางๆเท่านั้น

 

ระหว่างทางไปห้องพยาบาลเพื่อพาเจ้าไทยไปทำแผล ผมนึกได้ว่าให้นิคยืมไอโฟนไว้เล่นเกมส์อยู่

"ภูมิ ปลา มินท์ ดูเจ้าไทยก่อนนะ เราไปเอาของแป้บนึง" เขาพูดก่อนจะหันกลับมาที่สถานที่จัดงานอีกครั้ง

...หารู้ไม่ว่าละครบทที่2กำลังจะเริ่มขึ้น

 

 

"หยุดนะ!!!" 

 

เสียงตวาดที่ได้ยินมาเมื่อเข้าห้องจัดงานทำให้ผมได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

อะไรอีกวะ...


   
"แกอย่าพูดว่าไอริสแบบนี้นะ ไอริสไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก อย่างน้องเขาก็ไม่ทำเย็นชาใส่ฉันเหมือนที่ทำใส่แก!"

"ทำไมแกพูดแบบนี้วะ ฉันผิดอะไรรึไงที่ยัยนั่นเย็นชาใส่น่ะ ฉันไปทำอะไรร้ายแรงนักรึไง!"

 

ผมค่อนข้างมั่นใจว่าจำเสียง2เสียงนั้นได้...

 

"จะไปรู้แกเหรอ ฉันไม่ได้รู้ทุกเรื่องนะ"    

"อ่อ เหรออ เห็นชอบยุ่งไปเรื่อย นึกว่ารู้ไปหมดซะอีก แค่ไอริสคิดอะไรแกยังไม่รู้ อย่ามาพูดหน่อยเลย"

"นี่แกว่าฉันชอบสอดนักรึไง แล้วจะมาทำทำไม ไอ้วายนิวส์เนี่ย เลิกไปเลยไป!"

"พาลนี่หว่า..."    

"ไม่ได้พาล!!"

 

 

ใครที่ไหนทะเลาะกันหนอ? หยินกับโย

มีอะไรให้รับรู้? 2คนนี้ทะเลาะกันเนื่องจากสาเหตุบางประการที่เกี่ยวข้องกับไอริส

มีอะไรให้ดู? หญิงสาวผมหางม้ายืนเถียงกับชายหนุ่มในชุดเยติ

มีอะไรที่เราทำได้ไหม? ไม่มี....

 

ผมสัมผัสได้ถึงระดับเสียงที่สูงขึ้นเรื่อย สวนทางกับระดับความอดทนของทั้ง2ที่น่าจะต่ำลงเรื่อยๆเช่นกัน นี่ไม่ใช่การเถียงกันธรรมดาของทั้ง2 ประสบการณ์ร่วมงานของธีและคู่กรณีทั้ง2บอกเขาเช่นนั้น


"เกิดอะไรขึ้นวะ" ธีถามกับว่านที่อยู่แถวๆนั้นหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายเข้าไปคุยกับหยิน ความรู้สึกแย่ในลำคอไม่ถูกปกปิดด้วยคำถามห้วนๆที่รุ่นพี่ไม่ควรใช้กับรุ่นน้องที่ไม่ได้สนิทด้วยเลย

 

 คำตอบของรุ่นน้องที่ยังไม่มาถึงนั้นทำให้ธีได้มีเวลาคิดสั้นๆซัก1-2วินาที

 

ไอริสทะเลาะกับไทย เพื่อนสนิทของเขา ผลก็คือไทยโดนผลักหัวกระแทกและมีเลือดออกตรงแก้ม ตอนนี้กำลังอยู่ที่ห้องพยาบาล

โยกับหยิน 2'เพื่อนร่วมงาน'ในYnewsทะเลาะกันรุนแรงเพราะเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องกับเธอเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่แน่ใจ2คนนี้จะคุยกันอีกเมื่อไหร่โดยไม่จบที่การเถียงกัน หรือแย่กว่านั้น 2คนนั้นอาจจะไม่คุยกันอีกเป็นเวลานาน

มันสมองของเขาใช้เวลาเพียงน้อยนิดเพื่อที่จะรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมีไอริสเป็นตัวต้นเหตุและเป็นจุดร่วมของปัญหา

ตอนนี้คำตอบของว่านดูเหมือนจะไหลผ่านหูของอัศวินผิวแทนไป 

 

ในหัวของชายหนุ่ม อารมณ์อารมณ์นึงผุดขึ้นมา อารมณ์ที่ไม่ได้ผุดขึ้นมาเป็นเวลานานพักใหญ่

อารมณ์ที่มนุษย์มักสับสนกับความรำคาญที่มีผลแค่ชั่วครู่เมื่อสิ่งที่ไม่ต้องการเข้ามารบกวนจิตใจ

ความรู้สึกที่มนุษย์เอาไปปนกับอาการไม่สบอารมณ์ที่เกิดมาจากความไม่พอใจเล็กน้อยไม่เป็นไปตามต้องการ

ความรู้สึกที่แท้จริงแล้วรุนแรงและเป็นพื้นฐานกว่า2ตัวอย่างที่กล่าวมานัก

ความโกรธ

มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต้องการเหตุผล มันไม่ต้องการคำอธิบายหรือหนทางแก้ปัญหา มันสมองของเขาเลือกหญิงสาวผมน้ำตาลเป็นต้นเหตุของความไม่พอใจที่เกิดจากความทุกข์ใจของเพื่อนอีก3คน เหตุผลและความน่าจะเป็นในหัวของชายหนุ่มร่างสูงถูกบดบังด้วยโมหะ

วิธีการแก้ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวที่สมองเขาอยากรับรู้ตอนนี้คือการเข้าไปกระชากคอเสื้อตัวต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อเค้นคำตอบที่เขาอยากฟัง หรือบางทีเขาก็อาจจะแค่อยากหาใครซักคนที่เป็นไปได้มาโทษเพื่อตอบสนองอารมณ์ครุกกรุ่น

 

"ไอริสอยู่ไหน" ธีกล่าว คำถามส่งเสียงกังวานไปยังคนโดยรอบไม่เจาะจงผู้รับก่อนตั้งท่าจะเดินออกหาอีกฝ่ายหากจำเป็น

 

ในสถานการณ์เช่นนี้อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ที่หญิงสาวตาน้ำข้าวได้กลับบ้านไปแล้ว....

 

 

สรุป

-ธีไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่ไอริสผลักไทย

-ธีเป็น1ใน4คน ปลา ภูมิ มินท์และธีเองที่พาไทยไปห้องพยาบาล

-แต่เจ้าตัววกกลับมาเอาของกับนิคก่อน

-ตอนเข้าห้องจัดงานก็ได้ยินเสียงโยกับหยินทะเลาะกันอีกที

-พอจับใจความว่าเกี่ยวข้องกับไอริสอีกแล้ว

-ธีรู้สึกโกรธไอริสที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนสนิทอย่างไทยและคู่หูพารั่วอย่างหยินมีปัญหา

-เจ้าตัวเลยอยากไปหาไอริสมาเคลียร์

-แต่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ไอริสกลับบ้านไปแล้ว

 

คุยกันท้ายเรื่อง

หยุดโปรเจคนิทานอาร์ตไซน์มาต่อกับเรื่องราวในโลกแห่งความเป็นจริงกันซักครู่ ไหนๆระเบิดระลอกของไอริสก็ดูเหมือนจะลงใกล้ธีเหลือเกิน โดนทั้งเพื่อนสนิททั้งเพื่อนคู่ฮา ครั้นจะไม่เขียนเลยก็ดูท่าจะเปลืองโอกาสแบบนี้ไปซักหน่อย

ส่วนหัวเรื่องเป็นการเปรียบการระเบิดอารมณ์ของไอริสที่ส่งผลไปถึงคนอื่นๆให้อารมณ์เสียๆตามๆกันไปด้วยครับ

 

 

เพิ่มเติม

แก้รายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยนะครับ 

"คนเราไม่เคยสูญเสียทุกอย่าง เพราะแม้แต่ในความตายเรายังมี 'ความไม่มี' "

 -นักเขียนนิรนาม

 

 

"คุณกำลังพบทางตันในตัวละครของคุณ?" นักเขียนคนนึงกล่าวกับเพื่อนร่วมอาชีพผู้เป็นเหมือนรุ่นน้อง

"ใช่ครับ คุณบี" นักเขียนอีกคนกล่าวพลางถอนหายใจก่อนจะดื่มกาแฟแก้วที่2หมดไป มือส่งสัญญาณเรียกบริกรมาเพื่อสั่งกาแฟอีกแก้ว

"ลาเต้ร้อนใส่นมถั่วเหลืองอีกที่นึงครับ" เขาพูด

"ดื่มกาแฟมากเดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอกครับ"

"ทุกวันนี้ผมคิดมากจนนอนไม่สนิทเป็นกิจวัตรแล้วครับ บางครั้งผมยังฝันเรื่องตัวละครของผมเลย ว่าแต่คุณบีพอมีคำแนะนำในเรื่องทำนองนี้ไหมครับ? ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวละครผมมันชักจืดๆในหลายๆด้านแล้วสิ"

"ก็ลองหาจุดเด่นของเขาสิครับ ผมได้ยินมาว่าตัวละครของคุณมีพื้นฐานมาจากคนรู้จักนี่ คุณน่าจะหาจุดเด่นของเขาได้ง่ายขึ้นหากลองมองคนรู้จักคนนั้นดีๆ"

"ครับ ผมสร้างตัวละครมาจากคนรู้จักคนนึง เขาเป็นคนที่เด่นทีเดียวในหลายๆด้าน เชื้อชาติที่หลากหลาย ความสามารถทางด้านกีฬา....

-----------

"ส่งลูกมาเร็วต้นน้ำ!" ชายหนุ่มผิวขาวหน้าออกจีนกำลังตะโกนไปยังเพื่อนร่วมทีมอีกคนผู้มีใบหน้าหวานผิดกับท่าทางห้าว

"เข้าใจแล้วไทย" 

บอลกำลังลอยมาที่ไทยแล้ว แต่ฉับพลันร่างสูงร่างนึงก็พุ่งเข้ามาแย่งลูกบาสเอาไว้ก่อนที่จะเลี้ยงลูกไปยังแป้นฝั่งตรงข้ามด้วยความเร็วสูง

"เฮ้ย สกัดธีไว้เร็ว" ไทยตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีม2คนที่อยู่ใกล้ๆผู้แย่งบอล

4มือกำลังพุ่งเข้ามา ธีไม่มีเพื่อนร่วมทีมในรัศมีส่งลูก เขาจึงเอี้ยวตัวหลายตลบเพื่อหลบมือที่พุ่งมาแย่งลูกที่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่นาน เขาก็สลัดทั้ง2หลุด

"เป็นไง นี่แหละเดวิลแบทโกสต์ ฮ่าฮ่าฮ่า" ธีโม้ออกมาขณะวิ่งต่อ แต่ไม่ค่อยแน่ใจซักเท่าไหร่ว่าจะมีซักกี่คนในกลุ่มที่อ่านeyeshield 21

ในชั่วขณะที่ธีกำลังโม้อยู่นั้น มือนึงก็โผล่เข้ามาแย่งบอลจากธีไปได้สำเร็จ ก่อนที่ผู้แย่งจะส่งบอลไปให้เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่รออยู่แล้ว คีผู้รับบอลได้จึงสามารถชู้ตบอลจากเส้น3แต้มได้สำเร็จ ปิดโอกาสให้ธีแย่งบอลคืน

"เฮ้ย เย้เย แน่จริงอย่าแย่งตอนเราโม้ดิ" 

"ก็นายโม้ผิดเวลาเองนี่" เจ้าของนัยต์ตาสีเฮเซลตอบ 

-----------

เรียนก็เก่งพอตัว โดยเฉพาะพวกภาษา....

-----------

'ไชโยโห่ฮิ้ว เราได้92คะแนนจากวิชาภาษาอังกฤษ เกรด4งามๆอีก1ตัว' ธีดีใจกับตัวเองในใจเมื่ออ่านใบเกรด ก่อนที่หูจะได้ยินประโยคจากเพื่อนข้างๆ

"หา! คีคุงได้97จากวิชาอังกฤษเหรอ! ดีจังเลยอะ หยินได้76เอง"

-----------

"แม้จะเก่งในหลายๆด้าน เป็นพวกเรียนดีกีฬาเด่น แต่ก็มีคนที่เก่งกว่าเสมอสินะครับ?" บีถามคำถามก่อนจะดื่มชามะนาวบนโต๊ะ

"ทำนองนั้นแหละครับคุณบี ผมเองที่เป็นคนเขียนแท้ๆ แต่กลับมาโดนข้อมูลที่ตัวเองสร้างรัดเอาแบบนี้ได้ กลุ้มๆอยู่เหมือนกัน"

"แบบนี้ตัวละครของคุณก็เป็นเหมือนเด็กหนุ่มที่ยังหาความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลยนะครับเนี่ย เพราะยังไม่มีอะไรที่สามารถเป็นจุดเด่นของตัวละครได้"

"ที่คุณว่ามาก็ถูกแหละครับ ผมยังหาตัวตนที่แท้จริงของตัวละครไม่ได้"

"ถ้าให้เดา ตัวละครของคุณเคยคิดว่าตัวเองมีดีอยู่พอตัว แต่พอมาเจอหลายๆคนที่คนเก่งกว่ามากๆก็ชักท้อสินะครับ?"

-----------

"คะแนนเกรด4ทุกวิชา คนนี้ก็มีแต่3กับ4 อีกคนก็มี3.5แค่ตัวเดียวนอกนั้น4หมด นี่มันอะไรกันเนี่ย..." คะแนนเก่าๆของเพื่อนในห้องที่บังเอิญได้มา่กำลังทำให้ธีเิริ่มเข่าอ่อน นี่เขาห่างชั้นจากคนอื่นๆขนาดนี้เลยเหรอ? อดีตที่2ของห้องอย่างเขาเนี่ยนะ? เขาจะทำยังไงดี...

-----------

"ก็ทำนองนั้นแหละครับ"

"จะว่าไปแล้ววัยรุ่นสมัยนี้หลายๆคนเองก็ค้นหาตัวเองไม่เจอนะ งานของคุณถ้าออกมาดีอาจจะสะท้อนจุดนี้ของสังคมได้ชัดเจนก็ได้" บีกล่าว

"ถ้าผมสามารถหาอะไรของตัวเอกให้เป็นที่จดจำได้ล่ะก็ไม่แน่ครับ ผมอาจจะเขียนอะไรดีๆออกมาก็ได้ แต่ตัวเอกที่ขาดจุดเด่นจะทำให้เรื่องดีๆเสียเอาได้ง่ายๆ ผมเคยเห็นงานที่ล่มเพราะเหตุผลแบบนั้นมาบ้างแล้ว ผมถึงต้องมาปรึกษานักเขียนมือดีแบบคุณบี ผมไม่อยากทำให้งานชิ้นแรกล่มไม่เป็นท่าน่ะครับ"

"ผมพอเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ ตัวละครที่เป็นที่2ตลอด แม้จะเก่งในทุกด้าน แต่ก็ใช้ยากพอสมควร เพราะไม่สามารถเด่นเกินตัวละครตัวอื่นได้"

"ครับ" นักเขียนผู้มีปัญหาหยิบคุ้กกี้ในจากขึ้นมากัดคำโต รสหวานซึมซาบเข้าไปในลิ้น ก่อนจะถูกล้างด้วยรสกลมกล่อมของกาแฟลาเต้ที่ตอนนี้อุ่นได้ที่

"เอางี้สิ ผมมีไอเดียดีๆมาแนะนำคุณ" ชายผู้มีอายุมากกว่ากล่าว พลางยกนิ้วขึ้นมาด้วยท่าทาวเหมือนคนคิดอะไรออก

"ครับ?" นักเขียนสมัครเล่นเลิกคิ้วด้วยความสนใจ

"คุุณก็ขาย'ความเป็นที่2'ของตัวละครคุณสิ แบคกราวนด์ของเนื้อหาเป็นโรงเรียนจริงไหม? ก็ลองสื่อว่าโรงเรียนนี้ช่วยให้เขาพัฒนาไปทางไหนอะไรยังไงสิ ผมว่าคุณควรจะลองแบบนั้นนะ เพราะในความเป็นที่2ไร้จุดเด่น ตัวละครของคุณมีความเป็นที่1ในความเป็นที่2เป็นจุดเด่นอยู่"

"จริงอย่างที่คุณว่า มองในมุมกลับ คนที่เป็นคนหมายเลข2มาตลอดแม้จะไม่เก่งจริงซักด้าน แต่ก็สามารถทำได้ทุกด้าน"

"เห็นไหม คุณแค่ต้องการแนวทาง ผมเชื่อว่าคนหนุ่มมีไฟอย่างคุณสามารถเอาคำแนะนำสั้นๆของผมไปใช้ได้"

"ขอบคุณมากครับคุณบี" นักเขียนหนุ่มไหว้นักเขียนรุ่นพี่ "ผมขอตัวก่อนนะครับ ผมอาจจะมีไอเดียดีๆเร็วๆนี้ก็ได้ อ่อ มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ"

"โชคดีนะครับ แล้วก็ขอบคุณด้วย" บียิ้มให้อีกฝ่าย ชายหนุ่มที่กำลังเดินออจากร้านไปคงจะมีความคิดดีๆในหัวแล้ว

 

 

นักเขียนหนุ่มจ่ายเงินกับเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ เดินออกจากร้านสู่ถนนอันยุ่งเหยิงของกรุงเทพมหานคร

เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มรับสาย

"ฮัลโหล ธีพูดครับ... อ่าวสานเองเหรอ เรื่องหนังสือที่ยืมไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเราจะคืนมะรืนนี้นะ... อื้ม อ่านจบแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆว่าคนร้ายจะเป็นแม่ลูกคู่นั้น... ใช่ๆ เราก็ว่างั้น...."

 

ภาพชายร่างสูงผู้เป็นทั้งนักเรียนและนักเขียนสมัครเล่นกำลังเดินปะปนไปกับคนอื่นๆบนถนน เขาค่อยๆหายๆไปกับฝูงชนของมหานครใจกลางแดนสยาม

เขาเคยอยู่ที่สิงคโปร์มาก่อน แต่ไม่เคยคิดว่าเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดในโลกแห่งนั้นมีเสน่ห์เท่าบ้านเกิดแห่งนี้ เพราะภายใต้ความยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ มันก็มีระเบียบในความไ้ร้ระเบียบของตัวเอง อยู่แค่ว่าคุณจะมองมันเห็นหรือไม่ว่าในความไร้ระเบียบจะมีเสน่ห์ของมันเองอยู่ อย่างที่คุณบีว่าไว้ ตัวละครของเขาก็เหมือนกับกรุงเทพมหานคร

มันมีตัวตนในความไม่มีตัวตน มีความเด่นในความไร้จุดเด่น....

 


สรุป

-ธีไปปรึกษากับนักเขียนที่ตนรู้จัก เรื่องนิยายที่จะลองเขียน ซึ่งอิงประสบการณ์ตัวเองในรรลบเล็กน้อย

-เพราะนิยายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของธีที่รรลบ.ด้วย ธีก็เลยถือว่าเอาเรื่องที่คิดๆอยู่ในใจมาปรึกษาในคราบของการหาพลอตนิยายไปด้วยเลย

-ธีจะลองพยายามเป็นที่1ในการเป็นที่2ดู แม้จะไม่เก่งอะไรที่สุดซักอย่าง แต่ขอเก่งทุกอย่าง(หรืออย่างน้อยๆก็เป็นทุกอย่าง)

 

อื่นๆ

-เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่อาทิตย์ก่อนสอบ

-ธีชอบดื่มลาเต้ใส่นมถั่วเหลือง

-นิสัยคิดมากของธีที่ติดมาจากMDชักเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

-ไอเดียการเขียนเรื่องนี้มาจากการที่ผมปรึกษา(หรือบ่นให้ฟังก็ไม่ทราบ)เรื่องธีกับพี่สีและพี่บิ้กในห้องแชท(ที่มาของชื่อบีคือบื้ก+สีี่) คำพูดบางคำก็ยืม2คนนี้มานี่แหละ ขอบคุณมากมายครับพี่

-คำพูดในเรื่องถ้าฟังดูงงๆโปรดทักด่วน ไม่รู้คนอื่นจะเกตที่ผมพยายามสื่อหรือเปล่า 

 

ปล ใครถูกกล่าวถึงในนี้โปรดช่วยเชคตัวละครด้วยนะครับ ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องวิธีพูดของเย้เย

ปล2 ใครอ่านแล้วมีอะไรติชม/แนะนำโปรดเมนต์ด้วย พลีส

 

 

เพิ่มเติม

เดวิลแบทโกสต์เป็นเสตปการเคลื่อนไหวจากการ์ตูนเรื่องEyeshield 21 โดยจะอาศัยการวิ่งสลับขาผสมกับมุมอับสายตาเอี้ยวตัวหลบฝ่ายตรงข้าม หากใช้ได้จริงจะเหมือนกับว่าผู้วิ่งสลายหายไปเหมือนวิญญาณ ตรงกับชื่อโกสท์(ผี)