[EV นร.แลกเปลี่ยน] [SS] กิ่งธีใบหยก
posted on 08 Sep 2009 23:56 by theecubic in Cubic-School-Side-Story, Exchanged-Studentเวลาเจอคนนั้น คนเรามักจะมีความคิดแตกต่างกันไปตามท่าทีของแต่ละคน ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลไปถึงปฏิกิริยาตอบรับในการสื่อสารกับอีกฝ่ายอีกทอดนึง
1. พวกแสดงอารมณ์ หากอีกฝ่ายนั้นมีท่าทางเงียบๆ ท่าทางเหมือนคนอามณ์ร้อน ท่าทางขี้รำคาญ ฯลฯ ซึ่งต่างเป็นอะไรที่เห็นได้เด่นชัด เราก็สามารถคิดประมวณปฏิกิริยาที่เหมาะสมออกมาได้ในการสนทนากับอีกฝ่าย เหมือนกับนักรบที่ถืออาวุธโชว์หราแสดงความถนัดของตัวเอง ซึ่่งเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เราสามารถหาทางต่อกรกับอาวุธนั้นๆได้อย่างง่ายดาย
2. พวกที่เงียบนิ่งผิดปกติ กรณีนี้มักจะอันตรายกว่าในกรณีแรก เพราะเราไม่สามารถคำนวนท่าทางปฏิกิริยาที่เหมาะสมกับการรับมืออีกฝ่ายได้เลย เหมือนพวกนักฆ่านอกเครื่องแบบที่ภายนอกดูเหมือนคนธรรมดาธรรมดาแต่ภายในซ่อนอาวุธลับไว้ร้อยแปด หาทางรับมือยากเพราะไม่รู้จะมาไม้ไหน
3. พวกที่แสดงอีกอย่างแต่ความจริงเป็นอีกอย่าง กรณีนี้ไม่ต่างกับพวกเฟคเท่าไหร่ แต่แค่ว่าจะเฟคเท่าไหน ในกรณีนี้เรามักจะเสียเปรียบอีกฝ่ายเพราะการวางตัวที่คิดไว้ในตอนแรกนั้นมักจะไม่ได้ผล100%กับอีกฝ่ายที่แสดงอีกอย่างคิดอีกอย่าง พวกนี้เป็นเหมือนพวกจอมยุทธกำมะลอที่แสร้งเป็นมือสังหารในคราบขอทานทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นนักดาบหาใช่นักฆ่า ระดับความอันตรายอยู่ในระดับท็อปเพราะคาดเดาความคิดต่อไปไม่ได้เลยว่าจะมาไม้ไหน มีไม้หรือไม่ หรือคิดจะเล่นเราหรือเปล่า อันไหนคือความจริง อันไหนคือความเท็จ มีเพียงสัญชาตญาณส่วนบุคคล(เทียบได้กับการ'หาอาวุธลับ'อีกฝ่าย)ที่ช่วยระบุได้
ธีระ สุขสมบูรณ์ (ชื่อไทย) แจคไคล์ พาร์เกอร์ (ชื่อฝรั่ง) เกา ไข่จง (ชื่อจีน) กำลังคิดว่าตัวเองกำลังเจอกับประเภทที่3
เขาไม่ได้กำลังบอกว่านักเรียนแลกเปลี่ยนสตรีผู้มีนามว่ากิ่งเป็นผู้หญิงเฟคมากมารยา
เขาแค่ดูไม่ออกว่าเธอเป็นคนแบบไหน เลยรับมือเธอไม่ถูก
ภายนอกเธอดูเหมือนสาวน้อยเรียบๆ (เพราะเธอไม่ใส่แว่น)
คำถามเปิดบทสนทนาของเธอนั้นทำให้เธอดูเหมือนผู้สนใจในอาหาร (อันนี้เข้าทางเรา มีเรื่องคุยแล้ว)
เธอเป็นคนยิ้มแย้ม ท่าทางเหมือนที่ไม่รู้อะไรหลายๆอย่าง การพูดคุยกับเธอเหมือนจะไหลไปลื่นๆเรื่อยๆ
และนั่นแหละที่ทำให้ผมคิดว่าเธอรับมือยาก...
คำถามต่างๆของเธอล้วนอยู่ในหัวเรื่องว่าด้วยคอฟฟี่ช็อป สถานที่ที่ผมโปรดปรานอยู่ไม่น้อย...
กิ่ง: เธอชอบดื่มน้ำอะไรในคอฟฟี่ชอปบ้างจ๊ะ
ธี: ลาเต้ใส่นมถั่วเหลืองแบบหวานน้อย อร่อยดี คนที่ท้องไม่ดีเวลากินนมวัวก็กินได้สะดวกด้วย
กิ่ง: อื้ม แล้วชอบบรรยากาศร้านแบบไหนเหรอ
ธี: สไตล์ตะวันตกแบบติดหรูๆนะ เพราะเราชอบพวกโซฟาหนังกับเฟอร์นิเจอร์ไม้น่ะ มีพัดลมติดอยู่บนเพดานยิ่งให้ฟีลคลาสสิกแบบนี้ นอกจากนี้เวลาลูกค้าเข้าร้านมันจะได้ฟีลหรูหราและทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองมีคลาสขึ้นมา พวกเขาจะไม่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเข้ามาแค่เพื่อดื่มกาแฟ แต่เข้ามาเพื่อเข้าสังคมและซึมซับบรรยากาศมีระดับด้วย และหากทำได้ดี ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายเงินที่มากขึ้นให้กับสินค้าที่ให้ความรู้สึกมีระดับในแบบเดียวกันอีกตังหาก
กิ่ง: นั่นสินะ ฟังดูมีเหตุผลนะจ๊ะ แล้วพวกขนมตามร้านกาแฟล่ะ?
ธี: เราไม่ค่อยชอบของหวานนะ แต่พวกเค้กก็ดีไม่มีปัญหา โดยเฉพาะพวกเค้กผลไม้ กินได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ ลูกค้าหลายๆคนที่อยากหลอกตัวเองว่ากำลังกินขนมที่ดีต่อสุขภาพอย่างเค้กผลไม้ก็ชอบด้วย...เอ่อ ไอ้เรื่องหลอกตัวเองนี่พูดเล่นไปงั้นๆนะ แหะๆ (ในใจ:ชิ เผลอพล่ามมากไปหน่อย)
กิ่ง: (หัวเราะๆเบา)
-บทสนทนาดำเนินในลักษณะนี้ต่อไปพักนึงจนกระทั่งครูรันตร์มาโยนพวกธีและกิ่งออกจากห้องสมุดฐานคุยผิดที่ และหลังจากถูกโยนออกมา คาบพักก็หมดซะแล้ว พวกเราจึงกลับห้อง-
(ผมบอกรึยังว่าพวกเราเข้ามาคุยในห้องสมุด? สถานที่ศักดิ์สิทธื์ที่มีทั้งเก้าอี้และแอร์เย็นๆในที่เดียวกัน)
ว่ากันตามตรง กระผมธีระ แจคไคล์ ... (ชื่อเต็มไปอ่านข้างบนโน่น) เป็นคนพูดมาก พูดเก่ง แต่ไม่ใช่คนพูดกับตัวเอง
หากสังเกตดูดีๆ อีกฝ่าย หรือก็คือกิ่ง เป็นคนคุมหัวข้อการสนทนา ซึ่งก็ไม่แปลกสำหรับผู้ถามที่เป็นผู้เริ่มบทสนทนาก่อน แต่ไม่ว่าผมจะปล่อยมุกต้นน้ำๆ เสนอไอเดียพิศดารด้วยลีลาแปลกประหลาด หรือพล่ามความคิดที่บางครั้งก็ไม่ค่อยปกติไปเช่นใดการตอบรับของเธอก็ดูเหมือนจะอยู่ในรูปแบบตายตัวที่ประกอบไปด้วยการเออออหรือหัวเราะเบาๆ
ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้ผิดกับเพื่อนๆคนอื่นๆโดยสิ้นเชิง หากผมเอาเรื่องนี้ไปพูดกับต้นน้ำ ผมก็จะได้รับมุกแป้กสอทแทรกมาเป็นระยะๆ หากผมคุยกับนิค อีกฝ่ายก็จะแสดงความสนใจในเรื่องของขนมมากว่าโดยไม่ปิดบัง หากผมคุยกับแพท อีกฝ่ายก็จะสอดไอเดียให้เด็กเสิร์ฟเป็นหนุ่มล่ำใส่เพียงจีสตริง หูกระต่ายและผ้ากันเปื้อนเข้ามาด้วย
หากเทียบกันแล้วผมรู้สึกว่าผมกำลังโยนลูกบาสใส่กำแพงในยามที่คุยกับกิ่ง (ในกรณีของต้นน้ำคงเป็นการโยนลูกบาสใส่คุณแม่ที่มาเรียกกลับบ้าน เพราะคุณแม่เป็น'ห่วง')
นอกจากนี้สถานะผู้ถามที่ดูเหมือนจะยังถามไม่จบของเธอก็ยังปิดโอกาสที่จะให้ผมเบนหัวข้อสนทนา เพราะหัวสมองของผมกำลังโฟกัสอยู่ที่ตัวคำถามและความคิดที่ว่า'กำลังมีคำถามตามมาอีกแน่ๆ ตั้งใจฟังนะ' ปิดช่องว่างในการคิดหัวข้อสนทนาใหม่ไป
จุดๆนี้อาจจะไม่เป็นปัญหาสำหรับหลายๆคน แต่มันปิดโอกาสให้ผม'หาอาวุธลับ'ของเธอ(โปรดเทียบกับตัวอย่างที่ยกมาในหัวเอนทรีตรงข้อ3 'พวกที่แสดงอีกอย่างแต่ความจริงเป็นอีกอย่าง') ผมไม่สามารถจับจุดการคุยกับเธอได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือก็คือผมเอ๋อแดร้กส์นั่นเอง เนื่องด้วยบทสนทนากลายเป็นเพียงการวิ่งไล่จิกเศษขนมปังที่เธอเป็นคนวางแถมขนมปังที่ว่าชะรอยจะมาจากตู้เย็นบ้านผมเองซะอีก เพราะผมรู้สึกเหมือนกำลังพล่ามให้ตัวเองฟังภายใต้หัวข้อที่กำหนด
เออ จะว่าไป สรุปเราพูดอะไรอยู่วะเนี่ย? ชักงงๆ แต่เอาเป็นว่า:
"หากผมคือโคตะระสารกัมมันตภาพรังสีแห่งความไซน์ เธอก็คือโคตะระหลุมดำ ส่งอะไรมาโดนดูดกลืนไปหมดแถมไม่ได้อะไรคืนด้วย หรือก็คือ กิ่งคืออาร์ตไซน์ที่เหนือกว่าผมไปอีกก้าว ไม่มี ไม่ต้องการ และไม่ปฏิบัติตามเหตุผลเฉกเช่นอาร์ตในขณะที่ดูเหมือนมีเหตุผลเฉกเช่นไซน์"
สรุป
-กิ่งเข้ามาคุยกับธี โดยเริ่มบทสนทนาด้วย 'เธอชอบดื่มน้ำอะไรในคอฟฟี่ชอปบ้างจ๊ะ'
-เข้ามาคุยกันต่อในห้องสมุดช่วงพักเที่ยง
-ธีรู้สึกเหมือนคุยกับอีกฝ่ายแล้วเหมือนโยนลูกบาสเข้ากำแพง ไม่ได้ผลตอบรับอะไรเป็นตัวเป็นตน
-โดนโยนออกมาจากห้องสมุดเพราะคุยกัน(ทั้งๆที่น่าจะโดนนานแล้ว)
-เวลาพักหมดพอดี เลยกลับห้องกัน
-ธีชักมึนกับตัวเอง
-สรุปมุมมองของธีต่อกิ่ง:เธอคือหลุมดำที่ไร้เสียงตอบรับ และเป็นโคตรอาร์ตไซน์ที่เหนือกว่าไอ้บ้าเช่นธีอีก(แม้เธอจะไม่บวมเหมือนธี)
หมายเห็ด พลังหมด... ทรงธีนานๆไม่ดีต่อสุขภาพจิตจริงๆด้วย = =''
หมายเห็ด2 เม้นจากเอนทรี่ก่อน (เนื่องจากเอนทรี่นี้ดัดแปมาจากdraftตั้งแต่เมื่อวานแล้วมันเลยเด้งไปอยู่ล่างๆ เลยตัดสินใจมาลงใหม่ดีกว่า)
เหนื่อยตั้งแต่คำแรกของเอนทรี่เลย
เจอกิ่งถึงกับไซน์ไม่ออกเลยสินะ
พี่ก็ว่าเขียนให้ดูคล้ายๆเครื่องตอบรับอัตโนมัติ
แต่น้องเล่นเอาไปตีความต่อซะจนหลอนเลย
เหมือนคุยอะไรก็ยิ้มหึๆอยู่
ก็ดีนะ ได้เห็นธีในอีกแบบ เหอๆ
#2 By โคค่อน on 2009-09-08 22:30
เพราะถ้าคุยกับกิ่งจะเหมือนตอบแบบสอบถามซะมากกว่า
#3 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-09-08 22:53
แต่นายเข้าห้องสมุด ไม่เจอรังสีเหนือม่วงเหรอธี
๕๕๕
#1 By Thai-Cubic on 2009-09-08 22:24