[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เสี่ยว: File 04 สับสน (The End)
posted on 08 May 2009 18:57 by theecubic in Cubic-School-Side-Story, Thee-diary
[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เสี่ยว: File 00 ข่าวลือ (by ธี)
[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File01ตัดสินใจ (by หยิน)
[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เสี่ยว: File 02 ลักลอบ (by ธี)
[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File03หวาดหวั่น (by หยิน)
เพิ่มเติม
[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์... : File 04.1 ตาม (Viewpoint of Thai) (by ไทย)
[SS]รหัสลับ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File04.2 สิ้นสุด (by หยิน)
แฮ่กๆๆๆ
ซ่าๆๆๆๆ
แฮ่กๆๆ
ไทยพยายามวิ่งตามเงาของพวกธีมาเป็นเวลาเกือบ5นาทีแล้ว เขาเริ่มหอบมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความล้า
"เฮ้ยธี! หยิน! รอเราก่อน" ไทยตะโกนไปเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่เป็นผล เสียงฝนคงกลบเสียงของเขาไปแล้ว
พรื่ด! เสียงลื่นของโคลนดังขึ้น
"เฮ้ย!" ไทยสบถเมื่อตัวเองเสียหลักจนเกือบล้มหน้าทิ่มโคลน เมื่อเขาทรงตัวได้อีกครั้ง เขาก็คลาดสายตากับพวกธีซะแล้ว
"ฮัลโหลๆๆๆ..." เสียงของใครคนนึงดังขึ้นมา...
....
(ทางลงหลุมหลบภัย)
(ภาพประตูของหลุมหลบภัย)
แกร้กๆๆๆ เอี้ยดอ้าดๆๆ
ลูกบิดประตูสนิมเขรอะของหลุมหลบภัยนั้นถูกหมุนไปหมุนมาหลายรอบแต่ก็ไม่ทีท่าว่าจะขยับเท่าที่สังเกตนั้น
"เปิดไม่ได้แฮะหยิน" ชายหนุ่มว่าพลางหันไปหาเพื่อนร่วมทางที่อยู่ข้างๆ
เนื่องด้วยสาเหตุที่ว่าหลุมหลบภัยนั้นอยู่ต่ำกว่าระดับพื้น น้ำฝนปริมาณมหาศาลจากฝนที่ตกลงมาจึงไหลเข้ามา พื้นปูนเก่าๆสีเทาสกปรกเริ่มถูกบดบังด้วยชั้นน้ำฝนสีขุ่นที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ
"งั้นเดี๋ยวเค้าวอไปหาไทยกับไอ้หยางก็แล้วกัน ถ้าอยู่แถวๆนี้จะได้มาช่วยกันเปิด" หยินบอกพลางหยิบเครื่องวอขึ้นมา
....
ไอ้มัตสึทาเกะ น้องธี น้องบูท หายไปไหนกันหมดหว่า เล่นหลงกันหมดแบบนี้พี่หยางก็เหนื่อยใจแย่ล่ะสิ ไม่ไหวๆ หยางคิดกับตัวเองพลางหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาหมายถามตำแหน่งของน้องๆ โดยเริ่มจากน้องคอมแบทลักยิ้ม
"ฮัลโหลๆๆๆ..."
พรึ่ด! ซ่า!!! เสียงลื่นโคลนและเสียงคนล้มลงโคลนดังขึ้น...
....
"เค้าวอไปหาไทยมา เจ้าตัวบอกตอนนี้กลับไปถึงจุดที่เราปีนกำแพงลงมาแล้ว ส่วนไอ้หยางสัญญาณขาด ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้หายไปไหน" หยินบอก หญิงสาวเริ่มมีอาการสั่นเพราะอากาศหนาว แม้จะมีเสื้อกันฝนใส่ไม่ให้ตัวเปียก แต่บรรยากาศชื้นเย็นในตอนนี้ก็ชวนหนาวจริงๆ แม้แต่ธีที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้หนาวก็เริ่มปากสั่นไปกับเขาด้วย
"งั้นเราบันทึกภาพพื้นที่โดยรอบก่อนละกัน วันหลังค่อยขอให้พี่รอนตามกับพวกน้องๆYnewsมาเปิด ขืนรออยู่แบบนี้ต่อไปหวัดกินกันพอด... เป็นอะไรหยิน?" ธีหยุดพูดต่อก่อนจะถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของเพื่อนสาว
"กล้องเค้าไม่อยู่อะ หายไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะหล่นตอนเราวิ่งหนีกันมาอะธี" หยินบอก
"งั้นจะกลับไปหาดูไหม?" ธีเสนอ
"เค้าว่าอย่าดีกว่า ฝนตกจนน้ำท่วมแบบนี้ถ้าได้ตกพื้นกล้องมันคงพังไปแล้วล่ะ ตอนนี้เรากลับกันก่อนดีกว่า"
"ก็ได้ ว่าแต่เราอยู่ไหนเธอรู้รึเปล่า" ธีถามต่อพลางลองผลักประตูผุๆเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงเตรียมตัวเดินออกไปผจญฝนนอกหลุมหลบภัย
"แถวๆต้นไทรต้นใหญ่ๆก่อนเข้าเขตป่าชายเลนน่ะ เค้าสังเกตตอนเข้ามาแล้ว จากนี้คงพอหาทางกลับได้" หยินกล่าวพลางกระชับเสื้อกันฝนเข้ากับตัว นักเรียนทั้ง2คนเริ่มฝ่าฝนกลับไปยังจุดนัดพบนอกเอเรียลึกลับเพื่อพบกับอีก2คนที่เหลือ...
....
2วันผ่านไป...
อันว่าคนบ้ามักไม่เป็นหวัด...
"ฮัดเช้ยยยย!!!" ธีได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาไม่บ้า
ตอนนี้เป็นเวลา2วันแล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เอเรียลึกลับ ผมกับหยิน ไทยและพี่หยางก็เป็นหวัดกันไปเพราะริอาจท้าพระแม่ธรรมชาติไปปล่อยผีกลางฝน
อ่อ ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นสายลับศูนย์ศูนย์เสี่ยวแล้วครับ แน่นอนว่าผมหาได้ถูกปลดจากตำแหน่งสปายประจำYnewsเนื่องด้วยการปฏิรูปองกรณ์แต่อย่างใด แต่ผมเป็น'สปาย' และสปายที่ดีมักจะมีฉากหน้าเสมอ
ฉากหน้าของผมในตอนนี้คือกุลีหมายเลข2 (แน่นอนว่าหมายเลข1คือนายวายุ)
ตอนนี้เราๆคณะYnews(ผสมพี่หยางที่มาจากไหนก็ไม่ทราบและไทยที่มาในฐานะเพื่อนสนิทผม)กลับมาที่เอเรียลึกลับอีกครั้งเพื่อหา'หลุมหลบภัยลิเจีย' ข่าวใหม่จาก'ต้นข่าว'(แน่นอนว่าบรรดารุ่นน้องไม่รู้ว่าผมคือต้นข่าว ก็ผมเป็นสปายนี่) แสงแดดยามบ่ายสว่างจ้าผิดกับฝนห่าใหญ่เมื่อคราวก่อนที่เขาทั้ง4คนมาลิบลับ
แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากผมและหยินฝ่าฝนกลับออกมาน่ะเหรอ?
พวกผมพบพี่หยางและไทยรออยู่แล้ว จากนั้นพวกเราทั้ง4คนปีนจึงข้ามกำแพงด้วยบันไดเชือกที่เอามาออกไป ก่อนจะขึ้นรถของบ้านไทยและให้พี่หลวงพาพวกเรากลับกัน
พี่หยางบอกว่าตัวเอง'ตะลุยสำรวจด้วยสปิริตนักผจญถัย'(หรือก็คือ'หลง'ในภาษาเราๆ)เข้าไปในเขตป่าชายเลนก่อนที่วิทยุจะเสียด้วยสาเหตุที่เขาก็ไม่อาจรู้ระหว่างที่พยายามติดต่อ'น้องคอมแบทลักยิ้ม'หรือก็คือไทย (ร่องรอยโคลนเขรอะบนวิทยุบอกเราว่าพี่หยางลื่นล้มลงไปในหล่มโคลน ส่งผลให้เครื่องเสีย) โดยเจ้าตัวหาทางกลับมาจุดนัดพบด้วยความช่วยเหลือของ'คุณปู่ชุดขาวใจดีที่หายไปดื้อๆซะงั้น'
ส่วนไทย เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าวิ่งตามเงาของผมและหยินมาก่อนจะคลาดสายตากันไป หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับการติดต่อจากหยาง(ก่อนสัญญาณจะขาดในเวลาต่อมา)และเห็นเงาของผมและหยินอีกครั้ง เขาวิ่งตามเงา2เงานั้นไปจนออกมาจากเอเรียลึกลับในที่สุด ที่นั่นเขาถีงได้รับการติดต่อจากหยินอีกที(เพื่อถามสถานะปัจจุบันตอนที่ผมและหยินอยู่ที่หลุมหลบภัย)
กลับมาสู่ปัจจุบันต่อ เมื่อพวกเรามาถึงต้นไทรยักษ์ริมป่าชายเลน ที่ตั้งของหลุมหลบภัยที่เจอกันก่อนหน้า ผมก็ได้แต่นึกด้วยความสงสัย...
กล้องบันทึกเหตุการณ์ที่น่าจะอยู่ในมือหยินหายไปได้ยังไง?
ไทยวิ่งตามเงาของใครมาหากผมและหยินยังอยู่ที่หลุมหลบภัย?
ใครเป็นคนพาพี่หยางกลับมา?
และที่สำคัญ...
หลุมหลบภัยหายไปไหน?
พวกเราทั้ง2คนอันได้แก่หยินและผมได้แต่มองแผ่นหญ้าสูงตรงหน้า
ทางเข้าปูนสีซีดล่ะ?
ประตูสนิมเขรอะนั่นล่ะ?
ผมขนลุกเกรียวแบบไม่ทราบสาเหตุพลางหันไปหาพี่หยางและไทยเหมือนขอความเห็น
น่าเศร้าที่ผมไม่ได้คำตอบ
"ไปทำบุญกันหน่อยดีไหม?" เสียงของใครซักคนดังขึ้นมา
"ก็ดี" พวกเราทั้ง4ตอบพร้อมกัน หันมามองกันเองท่ามกลางสายตางุนงงของรุ่นน้อง
ใครเป็นคนถามวะ?
Fin.
สรุป
-ธีและหยินเปิดประตูหลุมหลบภัยที่เจอไม่สำเร็จ
-ไทยวิ่งตามเงาของคนที่น่าจะเป็นธีและหยินจนออกนอกเอเรียลึกลับ
-หยินทำกล้องหายระหว่างทาง
-หยางหลงจนไปตกหลุมโคลนตรงเขตป่าชายเลนเข้าระหว่างกำลังติดต่อไทย วิทยุเลยเสีย
-ธีและหยินติดต่อหยางไม่ได้และรู้ว่าไทยอยู่นอกเอเรียแล้ว จึงตัดสินใจกลับ
-ไทยพบว่าเงาที่วิ่งตามไม่ใช่ธีและหยิน
-หยางกลับมาด้วยความช่วยเหลือของ'คุณปู่ชุดขาวใจดีที่หายไปดื้อๆซะงั้น'
-หน่วยสำรวจทั้ง4ปีนกำแพงกลับออกมาและกลับบ้านด้วยรถของบ้านไทย
-2วันต่อมา ทั้ง4คนและทีมYnewsกลับมาที่จุดพบหลุมอีกครั้ง
-แต่หลุมหายไปซะงั้น
-ใครซักคนเสนอให้ทั้ง4ไปทำบุญซักหน่อย
-แต่ใครล่ะ?
แถมท้าย
ไดอารี่เด็กธี entryที่8
ในหนังเรื่องMemento ผู้ชมได้รู้ตอนจบของหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เมื่อหนังย้อนหลังไปเรื่อยๆ มันมีอะไรมากกว่าที่ผู้ชมคิดว่าตัวเองรู้
spoilerนิยายสืบสวนที่ผ่านการอ่านครึ่งๆกลางๆกลับสร้างรสชาติให้หนังสือดังกล่าวเมื่อผู้อ่านถูกหลอกด้วยคำบางคำ
แผนผจญภัยที่'ไม่น่าจะมีอะไรมาก'กลับมีรสชาติมากขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมรู้ถึงปรากฏการณ์เหนือที่อาจเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น มันจึงไม่ธรรมดาอีกต่อไป
'ความรู้'ที่ถูกดัดแปลงและหล่อหลอมมาอย่างจงใจสามารถสร้างความเชื่อให้กับผู้รับได้ และเมื่อความเชื่อนั้นปะทะเข้ากับความเป็นจริงของเนื้อแท้ เรื่องราวที่ดูเหมือนจะไปในทางที่ถูกเชื่อจึงสามารถถูกหักมุม270องศาได้ ความน่าสนใจจึงบังเกิด
อย่างที่นักเขียนคนโปรดประจำใจผม วินทร์ เลียววาริณเคยกล่าวไว้
'หลายปีก่อนผมเคยเขียนเรื่องสั้นชื่อ คำให้การ (ในชุด สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน) อันเป็นเรื่องจริงผสมเท็จ ชี้นกเป็นนกบ้าง ชี้นกเป็นไม้บ้าง
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการค้นพบว่า คนเรามักเชื่อตามขอบเขตที่ตนรู้ นั่นคือเราไม่สามารถโกหกใครคนหนึ่งในสิ่งที่เขารู้จริง แต่สามารถทำให้เขาคล้อยตามได้ง่ายในสิ่งที่เขารู้ครึ่งๆกลางๆ'
วินทร์ เลียววาริณ สิงหาคม 2546 ส่วนหนึ่งของหนังสือ 'ำ'
เขายังกล่าวไว้อีกว่า
'การรับรู้ข่าวสารโดยการไม่ 'อ่านระหว่างบรรทัด' อาจจะทำให้เราติดกับดักง่ายๆ ในโลกที่เรายึดติดกับเปลือกนอก
จนอาจกล่าวได้ว่า การไม่รู้อะไรเลยบางทีมีอันตนายน้อยกว่าการรู้ไม่หมด'
วินทร์ เลียววาริณ สิงหาคม 2546 ส่วนหนึ่งของหนังสือ 'ำ'
งั้นงานเขียนที่เต็มไปด้วยความรู้เทียม ข่าวสารเปลือกนอกและความรู้ครึ่งๆกลางๆที่ผมกำลังคิดจะเขียนจะเป็นยังไงหนอ?
--จบ--
สรุปแถมท้าย
-ธีได้ไอเดียเขียนเรื่องสั้นสมใจอยากหลังจากไปลุยปฏิบัติการณ์หลุมหลบภัยลิเจียมา
ปล MDพ่อธีอินสิงคโปร์ผู้เขียนจะสอบอาทิตย์หน้าแล้วครับพี่น้อง อาจจะไม่มีเวลามาอ่านเยอะเท่าแต่ก่อนแล้วนะครับ
ปล2 จบกันแล้วกับซีรียส์ศูนย์ศูนย์เห็ด/ศูนย์ศูนย์เสี่ยว รอติดตามตอนจบในมุมมองของคู่แสบหยิน หยางจากพี่ปุ้นเจ้าแม่ฟังไจนะครับ
ปล3 ผปค.ของผู้ถูกกล่าวถึงช่วยเชคตัวละครด้วยครับ ขอบคุณ
เพิ่มเติม
ปล4 ลงลิงค์ตอนจบของฝั่งหยิน-หยางและมุมมองของฝั่งไทยแล้วนะครับ