Thee-diary

[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เสี่ยว: File 00 ข่าวลือ  (by ธี)

[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File01ตัดสินใจ  (by หยิน)

[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เสี่ยว: File 02 ลักลอบ  (by ธี)

[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File03หวาดหวั่น  (by หยิน)

 

เพิ่มเติม

[SS]รหัสลีบ ศูนย์ศูนย์... : File 04.1 ตาม (Viewpoint of Thai)  (by ไทย)

[SS]รหัสลับ ศูนย์ศูนย์เห็ด: File04.2 สิ้นสุด  (by หยิน)

 

 

แฮ่กๆๆๆ

ซ่าๆๆๆๆ

แฮ่กๆๆ

ไทยพยายามวิ่งตามเงาของพวกธีมาเป็นเวลาเกือบ5นาทีแล้ว เขาเริ่มหอบมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความล้า

"เฮ้ยธี! หยิน! รอเราก่อน" ไทยตะโกนไปเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่เป็นผล เสียงฝนคงกลบเสียงของเขาไปแล้ว

พรื่ด! เสียงลื่นของโคลนดังขึ้น

"เฮ้ย!" ไทยสบถเมื่อตัวเองเสียหลักจนเกือบล้มหน้าทิ่มโคลน เมื่อเขาทรงตัวได้อีกครั้ง เขาก็คลาดสายตากับพวกธีซะแล้ว

"ฮัลโหลๆๆๆ..." เสียงของใครคนนึงดังขึ้นมา...

 

....

creditภาพภายในหลุมหลบภัย

 

(ทางลงหลุมหลบภัย)

  (ภาพประตูของหลุมหลบภัย)

 

แกร้กๆๆๆ เอี้ยดอ้าดๆๆ

ลูกบิดประตูสนิมเขรอะของหลุมหลบภัยนั้นถูกหมุนไปหมุนมาหลายรอบแต่ก็ไม่ทีท่าว่าจะขยับเท่าที่สังเกตนั้น

"เปิดไม่ได้แฮะหยิน" ชายหนุ่มว่าพลางหันไปหาเพื่อนร่วมทางที่อยู่ข้างๆ

เนื่องด้วยสาเหตุที่ว่าหลุมหลบภัยนั้นอยู่ต่ำกว่าระดับพื้น น้ำฝนปริมาณมหาศาลจากฝนที่ตกลงมาจึงไหลเข้ามา พื้นปูนเก่าๆสีเทาสกปรกเริ่มถูกบดบังด้วยชั้นน้ำฝนสีขุ่นที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ

"งั้นเดี๋ยวเค้าวอไปหาไทยกับไอ้หยางก็แล้วกัน ถ้าอยู่แถวๆนี้จะได้มาช่วยกันเปิด" หยินบอกพลางหยิบเครื่องวอขึ้นมา

....

 

ไอ้มัตสึทาเกะ น้องธี น้องบูท หายไปไหนกันหมดหว่า เล่นหลงกันหมดแบบนี้พี่หยางก็เหนื่อยใจแย่ล่ะสิ ไม่ไหวๆ หยางคิดกับตัวเองพลางหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาหมายถามตำแหน่งของน้องๆ โดยเริ่มจากน้องคอมแบทลักยิ้ม

"ฮัลโหลๆๆๆ..."

พรึ่ด! ซ่า!!! เสียงลื่นโคลนและเสียงคนล้มลงโคลนดังขึ้น... 

 

....

 

"เค้าวอไปหาไทยมา เจ้าตัวบอกตอนนี้กลับไปถึงจุดที่เราปีนกำแพงลงมาแล้ว ส่วนไอ้หยางสัญญาณขาด ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้หายไปไหน" หยินบอก หญิงสาวเริ่มมีอาการสั่นเพราะอากาศหนาว แม้จะมีเสื้อกันฝนใส่ไม่ให้ตัวเปียก แต่บรรยากาศชื้นเย็นในตอนนี้ก็ชวนหนาวจริงๆ แม้แต่ธีที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้หนาวก็เริ่มปากสั่นไปกับเขาด้วย

"งั้นเราบันทึกภาพพื้นที่โดยรอบก่อนละกัน วันหลังค่อยขอให้พี่รอนตามกับพวกน้องๆYnewsมาเปิด ขืนรออยู่แบบนี้ต่อไปหวัดกินกันพอด... เป็นอะไรหยิน?" ธีหยุดพูดต่อก่อนจะถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของเพื่อนสาว

"กล้องเค้าไม่อยู่อะ หายไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะหล่นตอนเราวิ่งหนีกันมาอะธี" หยินบอก

"งั้นจะกลับไปหาดูไหม?" ธีเสนอ

"เค้าว่าอย่าดีกว่า ฝนตกจนน้ำท่วมแบบนี้ถ้าได้ตกพื้นกล้องมันคงพังไปแล้วล่ะ ตอนนี้เรากลับกันก่อนดีกว่า"

"ก็ได้ ว่าแต่เราอยู่ไหนเธอรู้รึเปล่า" ธีถามต่อพลางลองผลักประตูผุๆเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงเตรียมตัวเดินออกไปผจญฝนนอกหลุมหลบภัย

"แถวๆต้นไทรต้นใหญ่ๆก่อนเข้าเขตป่าชายเลนน่ะ เค้าสังเกตตอนเข้ามาแล้ว จากนี้คงพอหาทางกลับได้" หยินกล่าวพลางกระชับเสื้อกันฝนเข้ากับตัว นักเรียนทั้ง2คนเริ่มฝ่าฝนกลับไปยังจุดนัดพบนอกเอเรียลึกลับเพื่อพบกับอีก2คนที่เหลือ...

 

....

 

2วันผ่านไป...

อันว่าคนบ้ามักไม่เป็นหวัด...

"ฮัดเช้ยยยย!!!" ธีได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาไม่บ้า

ตอนนี้เป็นเวลา2วันแล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เอเรียลึกลับ ผมกับหยิน ไทยและพี่หยางก็เป็นหวัดกันไปเพราะริอาจท้าพระแม่ธรรมชาติไปปล่อยผีกลางฝน

อ่อ ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นสายลับศูนย์ศูนย์เสี่ยวแล้วครับ แน่นอนว่าผมหาได้ถูกปลดจากตำแหน่งสปายประจำYnewsเนื่องด้วยการปฏิรูปองกรณ์แต่อย่างใด แต่ผมเป็น'สปาย' และสปายที่ดีมักจะมีฉากหน้าเสมอ

ฉากหน้าของผมในตอนนี้คือกุลีหมายเลข2 (แน่นอนว่าหมายเลข1คือนายวายุ)

ตอนนี้เราๆคณะYnews(ผสมพี่หยางที่มาจากไหนก็ไม่ทราบและไทยที่มาในฐานะเพื่อนสนิทผม)กลับมาที่เอเรียลึกลับอีกครั้งเพื่อหา'หลุมหลบภัยลิเจีย' ข่าวใหม่จาก'ต้นข่าว'(แน่นอนว่าบรรดารุ่นน้องไม่รู้ว่าผมคือต้นข่าว ก็ผมเป็นสปายนี่) แสงแดดยามบ่ายสว่างจ้าผิดกับฝนห่าใหญ่เมื่อคราวก่อนที่เขาทั้ง4คนมาลิบลับ 

แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากผมและหยินฝ่าฝนกลับออกมาน่ะเหรอ?

พวกผมพบพี่หยางและไทยรออยู่แล้ว จากนั้นพวกเราทั้ง4คนปีนจึงข้ามกำแพงด้วยบันไดเชือกที่เอามาออกไป ก่อนจะขึ้นรถของบ้านไทยและให้พี่หลวงพาพวกเรากลับกัน

พี่หยางบอกว่าตัวเอง'ตะลุยสำรวจด้วยสปิริตนักผจญถัย'(หรือก็คือ'หลง'ในภาษาเราๆ)เข้าไปในเขตป่าชายเลนก่อนที่วิทยุจะเสียด้วยสาเหตุที่เขาก็ไม่อาจรู้ระหว่างที่พยายามติดต่อ'น้องคอมแบทลักยิ้ม'หรือก็คือไทย (ร่องรอยโคลนเขรอะบนวิทยุบอกเราว่าพี่หยางลื่นล้มลงไปในหล่มโคลน ส่งผลให้เครื่องเสีย) โดยเจ้าตัวหาทางกลับมาจุดนัดพบด้วยความช่วยเหลือของ'คุณปู่ชุดขาวใจดีที่หายไปดื้อๆซะงั้น'

ส่วนไทย เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าวิ่งตามเงาของผมและหยินมาก่อนจะคลาดสายตากันไป หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับการติดต่อจากหยาง(ก่อนสัญญาณจะขาดในเวลาต่อมา)และเห็นเงาของผมและหยินอีกครั้ง เขาวิ่งตามเงา2เงานั้นไปจนออกมาจากเอเรียลึกลับในที่สุด ที่นั่นเขาถีงได้รับการติดต่อจากหยินอีกที(เพื่อถามสถานะปัจจุบันตอนที่ผมและหยินอยู่ที่หลุมหลบภัย)

 

กลับมาสู่ปัจจุบันต่อ เมื่อพวกเรามาถึงต้นไทรยักษ์ริมป่าชายเลน ที่ตั้งของหลุมหลบภัยที่เจอกันก่อนหน้า ผมก็ได้แต่นึกด้วยความสงสัย...

กล้องบันทึกเหตุการณ์ที่น่าจะอยู่ในมือหยินหายไปได้ยังไง?

ไทยวิ่งตามเงาของใครมาหากผมและหยินยังอยู่ที่หลุมหลบภัย?

ใครเป็นคนพาพี่หยางกลับมา?

และที่สำคัญ...

หลุมหลบภัยหายไปไหน?

 

พวกเราทั้ง2คนอันได้แก่หยินและผมได้แต่มองแผ่นหญ้าสูงตรงหน้า

ทางเข้าปูนสีซีดล่ะ?

ประตูสนิมเขรอะนั่นล่ะ?

ผมขนลุกเกรียวแบบไม่ทราบสาเหตุพลางหันไปหาพี่หยางและไทยเหมือนขอความเห็น

น่าเศร้าที่ผมไม่ได้คำตอบ

 

"ไปทำบุญกันหน่อยดีไหม?" เสียงของใครซักคนดังขึ้นมา

"ก็ดี" พวกเราทั้ง4ตอบพร้อมกัน หันมามองกันเองท่ามกลางสายตางุนงงของรุ่นน้อง

ใครเป็นคนถามวะ?

 

Fin.

 

สรุป

-ธีและหยินเปิดประตูหลุมหลบภัยที่เจอไม่สำเร็จ

-ไทยวิ่งตามเงาของคนที่น่าจะเป็นธีและหยินจนออกนอกเอเรียลึกลับ

-หยินทำกล้องหายระหว่างทาง

-หยางหลงจนไปตกหลุมโคลนตรงเขตป่าชายเลนเข้าระหว่างกำลังติดต่อไทย วิทยุเลยเสีย

-ธีและหยินติดต่อหยางไม่ได้และรู้ว่าไทยอยู่นอกเอเรียแล้ว จึงตัดสินใจกลับ

-ไทยพบว่าเงาที่วิ่งตามไม่ใช่ธีและหยิน

-หยางกลับมาด้วยความช่วยเหลือของ'คุณปู่ชุดขาวใจดีที่หายไปดื้อๆซะงั้น'

-หน่วยสำรวจทั้ง4ปีนกำแพงกลับออกมาและกลับบ้านด้วยรถของบ้านไทย

-2วันต่อมา ทั้ง4คนและทีมYnewsกลับมาที่จุดพบหลุมอีกครั้ง

-แต่หลุมหายไปซะงั้น

-ใครซักคนเสนอให้ทั้ง4ไปทำบุญซักหน่อย

-แต่ใครล่ะ?

 

 

แถมท้าย

 

ไดอารี่เด็กธี entryที่8

ในหนังเรื่องMemento ผู้ชมได้รู้ตอนจบของหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เมื่อหนังย้อนหลังไปเรื่อยๆ มันมีอะไรมากกว่าที่ผู้ชมคิดว่าตัวเองรู้

spoilerนิยายสืบสวนที่ผ่านการอ่านครึ่งๆกลางๆกลับสร้างรสชาติให้หนังสือดังกล่าวเมื่อผู้อ่านถูกหลอกด้วยคำบางคำ

แผนผจญภัยที่'ไม่น่าจะมีอะไรมาก'กลับมีรสชาติมากขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมรู้ถึงปรากฏการณ์เหนือที่อาจเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น มันจึงไม่ธรรมดาอีกต่อไป

'ความรู้'ที่ถูกดัดแปลงและหล่อหลอมมาอย่างจงใจสามารถสร้างความเชื่อให้กับผู้รับได้ และเมื่อความเชื่อนั้นปะทะเข้ากับความเป็นจริงของเนื้อแท้ เรื่องราวที่ดูเหมือนจะไปในทางที่ถูกเชื่อจึงสามารถถูกหักมุม270องศาได้ ความน่าสนใจจึงบังเกิด

 

อย่างที่นักเขียนคนโปรดประจำใจผม วินทร์ เลียววาริณเคยกล่าวไว้

'หลายปีก่อนผมเคยเขียนเรื่องสั้นชื่อ คำให้การ (ในชุด สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน) อันเป็นเรื่องจริงผสมเท็จ ชี้นกเป็นนกบ้าง ชี้นกเป็นไม้บ้าง

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการค้นพบว่า คนเรามักเชื่อตามขอบเขตที่ตนรู้ นั่นคือเราไม่สามารถโกหกใครคนหนึ่งในสิ่งที่เขารู้จริง แต่สามารถทำให้เขาคล้อยตามได้ง่ายในสิ่งที่เขารู้ครึ่งๆกลางๆ'

วินทร์ เลียววาริณ สิงหาคม 2546 ส่วนหนึ่งของหนังสือ 'ำ' 

 

เขายังกล่าวไว้อีกว่า

'การรับรู้ข่าวสารโดยการไม่ 'อ่านระหว่างบรรทัด' อาจจะทำให้เราติดกับดักง่ายๆ ในโลกที่เรายึดติดกับเปลือกนอก

จนอาจกล่าวได้ว่า การไม่รู้อะไรเลยบางทีมีอันตนายน้อยกว่าการรู้ไม่หมด'

วินทร์ เลียววาริณ สิงหาคม 2546 ส่วนหนึ่งของหนังสือ 'ำ' 

 

 

งั้นงานเขียนที่เต็มไปด้วยความรู้เทียม ข่าวสารเปลือกนอกและความรู้ครึ่งๆกลางๆที่ผมกำลังคิดจะเขียนจะเป็นยังไงหนอ?

 

--จบ--

 

สรุปแถมท้าย

-ธีได้ไอเดียเขียนเรื่องสั้นสมใจอยากหลังจากไปลุยปฏิบัติการณ์หลุมหลบภัยลิเจียมา

 

 

ปล MDพ่อธีอินสิงคโปร์ผู้เขียนจะสอบอาทิตย์หน้าแล้วครับพี่น้อง อาจจะไม่มีเวลามาอ่านเยอะเท่าแต่ก่อนแล้วนะครับ

ปล2 จบกันแล้วกับซีรียส์ศูนย์ศูนย์เห็ด/ศูนย์ศูนย์เสี่ยว รอติดตามตอนจบในมุมมองของคู่แสบหยิน หยางจากพี่ปุ้นเจ้าแม่ฟังไจนะครับ

ปล3 ผปค.ของผู้ถูกกล่าวถึงช่วยเชคตัวละครด้วยครับ ขอบคุณ

 

 

เพิ่มเติม

ปล4 ลงลิงค์ตอนจบของฝั่งหยิน-หยางและมุมมองของฝั่งไทยแล้วนะครับ

 

[Tarot] Diary of [T]he Devil

posted on 12 Dec 2008 00:01 by theecubic  in Thee-diary

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวจากโครงการโรงเรียนจำลอง โรงเรียนลูกบาศ์กนะครับ สนใจสามารถคลิกดูได้ที่ลิงค์ได้เลยครับ

------------------------

ไดอารี่เด็กธี entryที่7

"You are what you eat." เป็นคำกล่าวที่ว่าสุขภาพของคนสะท้อนอาหารการกินของเขา แล้วคำกล่าวที่ว่ามันใช้กับไพ่ทารอตได้รึเปล่า? ศาสตร์การทำนายโบราณแบบนี้จะสะท้อนคนเราได้ขนาดไหนกันหนอ?

เข้าเรื่อง วันนี้มีตาลุงแปลกๆมารับทำนายไพ่ทารอตฟรีให้ที่หน้าโรงเรียนด้วย พวกเพื่อนๆเห่อกันมาก แม้แต่พวกคุณครูก็ด้วย บางคนได้The Empress บางคนได้The Hierophant แล้วดูซิเราได้อะไร

 

 

 

 

You are The Devil

Materiality. Material Force. Material temptation; sometimes obsession

The Devil is often a great card for business success; hard work and ambition.

Perhaps the most misunderstood of all the major arcana, the Devil is not really "Satan" at all, but Pan the half-goat nature god and/or Dionysius. These are gods of pleasure and abandon, of wild behavior and unbridled desires. This is a card about ambitions; it is also synonymous with temptation and addiction. On the flip side, however, the card can be a warning to someone who is too restrained, someone who never allows themselves to get passionate or messy or wild - or ambitious. This, too, is a form of enslavement. As a person, the Devil can stand for a man of money or erotic power, aggressive, controlling, or just persuasive. This is not to say a bad man, but certainly a powerful man who is hard to resist. The important thing is to remember that any chain is freely worn. In most cases, you are enslaved only because you allow it.

 

ไข่เป็ด! ได้ทีนี่คนเขาหัวเราะครืนเลยนะเว้ยเฮ้ย ต้นน้ำมีลิงค์ไปว่าเราสูงขึ้นเพราะไปขายวิญญาณให้ซาตานอีก คิดได้งายยยยยยยยยยย(นายอิจฉาฉันใช่ไหมต้นน้ำ นายสูงขึ้นยังไงๆก็เตี้ยกว่าฉัน) แต่ได้แบบนี้นี่แนวดีนะ ชอบ


--จบ--

 

ปล ผปค.ต้นน้ำช่วยเช็คด้วยนะครับว่าต้นน้ำจะพูดอะไรไม่ค่อยเป็นมงคลแบบนั้นรึเปล่า ขอบคุณครับ